จางซีจูงต้วนอวี่เดินออกจากอาคารฝั่งตะวันตก
แสงแดดสาดกระทบใบหน้า ต้วนอวี่หลับตาลงโดยไม่รู้ตัว ยกมือขึ้นบังหน้าผาก
เขาไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์มานานมากแล้ว
จางซีไม่ปล่อยให้เขาปรับตัว ดึงข้อมือเขาให้เดินต่อ “เป็นผู้ชายอย่าสำออย ตากแดดสองนาทีไม่ตายหรอก”
ต้วนฉุนจิ่นเดินตามหลังทั้งสองอยู่ห่างออกไปสามก้าว
พ่อบ้านหลินร้อนใจจนเดินวนไปมาหน้าประตู อยากตามไปด้วย แต่โดนต้วนฉุนจิ่นปรายตามองจนชะงักอยู่กับที่
ทั้งสามเดินผ่านสวนแบบฝรั่งเศสที่ตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ พอผ่านโรงจอดรถหมายเลขสาม จางซีก็ไม่หยุด
โรงจอดรถหมายเลขสี่ก็ยังไม่หยุด
หน้าประตูโรงจอดรถหมายเลขห้า รถไมบัคของต้วนฉุนจิ่นจอดนิ่งอยู่ตรงนั้น ตัวรถสีดำขลับจนใช้ส่องกระจกได้
จางซีเดินผ่านไปตรง ๆ
ต้วนฉุนจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เห็นจางซีหยุดอยู่หน้ากระท่อมเก็บของข้างป้อมยาม ที่นั่นมีรถไฟฟ้าสีชมพูจอดอยู่คันหนึ่ง
เป็นสีชมพูบาร์บี้แบบสดจัดจนน่าปวดตา ตะกร้าหน้ารถยังมีถุงพลาสติกสีแดงที่เหลือจากการซื้อผักอยู่ ใบผักเหี่ยว ๆ ห้อยติดปากถุงไว้ด้วย กระจกมองหลังผูกดอกทานตะวันพลาสติกสีซีดดอกหนึ่ง
ล้อหน้ารถยังติดสติกเกอร์การ์ตูนไว้สองแผ่น แผ่นหนึ่งเป็นฟองน้ำสีเหลือง อีกแผ่นเป็นดาวทะเลสีชมพู
ดูเหมือนเธอจะชอบตัวการ์ตูนสองตัวนี้มาก
นี่คือยานพาหนะของคุณนายซูเหม่ยหลิง เพิ่งซื้อมาเป็นรถมือสองในปีนี้ ชาร์จเต็มวิ่งได้ 35 กิโลเมตร
จางซีหยิบหมวกกันน็อกสีชมพูเพียงใบเดียวมาสวมให้ต้วนอวี่อย่างคล่องแคล่ว หมวกใบนี้ค่อนข้างใหญ่ จึงเอียงกระเท่เร่อยู่บนศีรษะเขา บังตาไปกว่าครึ่ง
เธอถีบขาตั้งแล้วเข็นรถออกมา ก่อนหันไปมองต้วนอวี่ “นั่งข้างหน้า”
ต้วนอวี่จ้องแป้นวางเท้า พื้นที่ตรงนั้นพอให้เขายืนได้พอดี แต่เขาไม่ขยับ ยานพาหนะที่มีเพียงเนื้อหุ้มเหล็กแบบนี้แปลกใหม่สำหรับเขาเกินไป
