บทที่ 15 ไม่เอาเพื่อน อยากได้แค่สัตว์เลี้ยง
พ่อบ้านหลินหยุดอยู่ตรงโถงทางเข้าของอาคารฝั่งตะวันตก เขาถือถาดที่ปูด้วยกำมะหยี่สีดำ แล้วยื่นมาตรงหน้าจางซี
“คุณหนูจาง กรุณาส่งโทรศัพท์ เครื่องบันทึกเสียง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดที่ถ่ายภาพได้มาให้ผมครับ”
จางซีรูดซิปกระเป๋าผ้าใบสีขาว แล้วโยนโทรศัพท์ลงบนถาดทันที จากนั้นก็หยิบพวงกุญแจ ห่อกระดาษทิชชู และลิปบาล์มราคา 5 หยวนออกมา
เธอพลิกกระเป๋าคว่ำลง เขย่าสองที
“หมดแล้วค่ะ” น้ำเสียงของเธอเปิดเผยตรงไปตรงมา
พ่อบ้านหลินหยิบเครื่องตรวจจับโลหะขึ้นมา แล้วเดินวนรอบตัวจางซี เครื่องส่งเสียงเงียบสนิท
“เข้าไปได้ จำกฎที่ผมบอกไว้ให้ดี ห้ามก้าวเข้าไปในอาคารหลักแม้แต่ก้าวเดียว” เขากดรหัสที่แป้นบนผนัง
ประตูกันเสียงบานหนาเลื่อนแยกออกจากกัน
จางซีก้าวเข้าไป
ประตูปิดลงด้านหลัง เสียงกลอนล็อกดังทึบ
พื้นที่ในอาคารฝั่งตะวันตกกว้างขวางอย่างยิ่ง เพดานสูงเกือบ 7 เมตร ทว่าการตกแต่งกลับชวนอึดอัดอย่างถึงที่สุด ไม่มีหน้าต่างสักบาน แสงสว่างทั้งหมดมาจากโคมไฟสีขาวเย็นไร้เงาบนเพดาน มุมเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นถูกหุ้มด้วยฟองน้ำหนา ผนังปิดทับด้วยวัสดุนุ่มสีเทากันกระแทก
ที่นี่ไม่เหมือนบ้านพัก แต่เหมือนห้องผู้ป่วยจิตเวชชั้นเลิศที่ทุ่มทุนสร้างอย่างมหาศาล
กลางโถงใหญ่ บนพรมมีเด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่
เขาอายุราว 8 ขวบ สวมเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงขายาวสั่งตัดพิเศษ ก้มหน้า มือถือชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สีดำสนิท พยายามยัดมันลงในกองจิ๊กซอว์นับพันชิ้นตรงหน้า ซึ่งเป็นสีดำล้วนไร้ลวดลายเหมือนกัน
ใบหน้าด้านข้างของเด็กชายได้รูปอย่างยิ่ง สันจมูกโด่ง ริมฝีปากเม้มแน่น แม้เป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง แต่กลับแผ่บรรยากาศเย็นชาไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้
