โหลวกวานซานถูกคำถามสะกดใจจนตั้งสติไม่ทัน
"พวกเราก็คือคนนี่ แยกไม่ออกขนาดนั้นเลยเหรอ"
หญิงสาวผู้ติดขังอยู่ในภาชนะพูดไม่ออก ในใจไต่ความอย่างขุ่นมัว
สองคนนี้เป็นอะไรกันแน่ ดูท่าทางสมองไม่ค่อยดีเลย
รอจนได้คนมาติดอยู่ในที่นี้ ผลกลับมาเป็นสองหนุ่มเฉื่อยชาแบบนี้เหรอ
หรือไม่ก็……เจ้าหน้าที่ศาสนจักร?
"เมอร์เคิลส่งพวกนายมางั้นเหรอ"
โข่วอิ้งกับโหลวกวานซานสบตากัน คำถามนี้แน่นอนว่าเป็นการดูเชิงแน่
ดูเชิงว่าพวกเขารู้จักคนนี้หรือไม่ เพื่อตัดสินที่มาที่ไปของพวกเขา
"เสียใจด้วยนะ ไม่รู้จักไอ้เมอร์เคิลที่ว่า" โข่วอิ้งด้วยน้ำใจที่ว่าซื่อสัตย์ยังดีกว่าโกหก จึงตอบตรง ๆ ไม่มีตกหล่น
เสียงนั้นหัวเราะขึ้นมาทันที "พวกนายไม่รู้จักจักรพรรดิแห่งโลกนี้งั้นเหรอ"
จะเป็นคนโง่เขลาไม่รู้อะไร หรือเร่งปฏิเสธความสัมพันธ์ แล้วมันเป็นแบบไหนกันแน่?
โข่วอิ้งมีเส้นดำไหลลงหน้าผากเป็นแถว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเมอร์เคิลคนนั้นจะเป็นจักรพรรดิอะไรนั่น
โหลวกวานซานวางมือบนบ่าโข่วอิ้ง แล้วพูดขึ้นอย่างไร้เดียงสาไร้พิษภัย
"เสียใจด้วย ไม่รู้จักจริง ๆ ผมชื่อเหมิงโหลว อีกคนชื่อไต้โข่ว เธอชื่ออะไรเหรอ พวกผมฟังพวกนักโทษข้างบนพูดถึงเธอ
รู้สึกมันสนุกดี เลยลงมาหาตัว พูดจริง ๆ แม้แต่ชื่อเธอก็ยังไม่รู้เลย"
"ฮ่า ๆ ล้อเล่นผมงั้นเหรอ?"
"ล้อเล่นก็ไม่สนุกอะไร ถามจริง ๆ เธอชื่ออะไร บอกหน่อยสิ"
เสียงนั้นเงียบไปครึ่งสบาย ก่อนจะคายคำออกมาแค่คำเดียว
