ร่างสีเลือดโยกไกว ดุจจะถลาล้มลงพื้นในวินาทีถัดไป ไม่มีวันลุกขึ้นมาได้อีก
แต่ก็ไม่มีหายนะตัวใดกล้าเข้าปะทะ แม้แต่[ขาดสิ้น]ที่เพิ่งขู่คำมั่นก็ยังนิ่ง
ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ทำไม่ได้
มีพลังบางอย่างกำลังไหลเวียน อยู่ใกล้เพียงคืบ แต่มองไม่เห็น
ฟ้าดินรอบด้านเงียบกริบลงทันที เหลือเพียงเสียงหายใจ เสียงหัวใจเต้น และเสียงเลือดไหลกอบกอบ
[ขาดสิ้น]ตั้งจิตมั่น สายตาที่สั่นไหวดูจะเห็นสีแดงฉับพลัน แล้วก็มากขึ้นเรื่อย ๆ จากเส้นด้ายเดียวกลายเป็นริ้วเดียว
แล้วยังขยายตัวต่อไป หย่อนยานลงมา ดุจอยากจะเติมเต็มพื้นที่นี้ให้มิด
มันสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วยกมือขึ้น
ขาที่ถูกชิงไปก็กลับคืนสู่มือของมัน จำแนกดูได้แอบแฝงว่าตนกับขานั้นยังมีสายใยเชื่อมโยง แต่พอถึงวินาทีถัดมาสายใยนั้นก็ถูกฟันขาดทุกที
สิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ได้ยิน สัมผัสไม่ได้แบบนี้ ยิ่งทำให้ขนหัวลุก
จึงไม่มีหายนะตัวใดก้าวเข้ามา
ขณะนี้เย่ปู้หวี่เพียงออมแรงฮึดสุดที่จะฮึด ค้ำชีวิตสุดท้ายเอาไว้ ความจริงจิตวิญญาณแทบจะแยกออกจากร่างเนื้อแล้ว
ดวงตาคลุ้มคลั่งนั่น จะมองเห็นหายนะอันตรายร้ายกาจเหล่านั้นได้ที่ใด มีเพียงเส้นสายสีแดงที่ไหลมารวมตัวจากที่ไหนไม่มีใครรู้
อ่อนยวบดั่งสายลมฤดูใบไม้ผลิและกิ่งหวิว เปี่ยมล้นดั่งสายฝนฤดูร้อน หนักอึ้งดั่งข้าวเปลือกฤดูใบไม้ร่วง หน่วงหนักดั่งน้ำแข็งฤดูหนาว
เส้นสีแดงมหาศาลไหลมารวมกัน ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ท่วมท้นกลืนเธอหมดจด
แล้วเสียงถอนหายใจโหยหวนก็ดังก้อง คำถามไร้ที่สิ้นสุดซ้อนทับกัน ขัดแย้งกันราวกับแสงเรื่องอันผสมกลมกลืนตอนรุ่งอรุณกำลังส่องทับค่ำคืน
