ซูอูเว่ยนั่งอยู่บนหน้าผา ท้าวคางมองคนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป
“ปานอีนะ ไม่รู้ว่าพวกนั้นกะจะทำอะไร แปดคนจากหอไท่ชู เทียบกับหายนะจากกองทัพสาบสูญอีกสิบกว่าตน จะช่วยไหมดี”
ระหว่างที่เขายังลังเลอยู่นั้น บานอีก็ยกยิ้มอย่างอ่อนโยน
“ทำยังไงดีล่ะ สู้ไม่ไหวอยู่แล้ว งั้นทุกคนก็ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอดไปเถอะ ยังไงเป้าหมายหลักของพวกมันก็ไม่ใช่เราอยู่ดี”
หายนะแห่งกองทัพสาบสูญเหยียดอาวุธออกมา
“ใครบอกว่าไม่ใช่พวกแก อย่างพวกหายนะแบบเรา จะไปหาปาฏิหาริย์ที่ทุกคนอยากได้เจอได้ยังไง แถมถึงได้มาก็เจอจบเห่ด้วยการโดนผู้แข็งแกร่งคนอื่นฆ่าแย่งของ
แทนที่จะทำเรื่องโง่เขลาแบบนั้น ก็ไม่เท่ามาเล่นบ้าระห่ำสักยก การฆ่าฟันมันสนุกกว่าการล่าขุมทรัพย์ที่แสนจืดชืดอย่างนี้อยู่แล้ว”
บานอีปรบมือเบา ๆ ร่างของผู้วาดแบบทั้งแปดข้างกายหายวับไป แวบเดียวพวกเขาก็ฉีกห่างจากคนของกองทัพสาบสูญ แล้ววิ่งแตกกระเจิงไปทั่ว
คนของหลายกองทัพเหมือนไฮนาที่ได้กลิ่นคาวเลือด พุ่งไล่ตามผู้วาดแบบของหอไท่ชูที่แตกกระจายหนี
หายนะตาเดียวมองมาที่บานอี
“ดูเหมือนแกไม่ได้อยากหนี ตัดสินใจจะยอมแพ้แล้วงั้นเหรอ”
บานอีส่ายหัว “ไม่ ฉันแค่อยากบอกข่าวหนึ่งเรื่องกับพวกแก หอไท่ชูเกิดความปั่นป่วนขึ้นช่วงนี้ เป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจเป็นเพราะบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์มีปัญหาก็ได้”
หายนะตาเดียวขมวดคิ้วขึ้น ฟันแหลมคมเสียดสีกัน
“ในฐานะผู้วาดแบบ แกยอมบอกข่าวแบบนี้ให้พวกเรารู้งั้นเหรอ”
