เส้นสีแดงที่ค่อย ๆ ละลายหายไป ผู้คนทั้งเมืองนอกและเมืองในราวกับได้ยินสิ่งใดบางอย่าง พากันเงยหน้ามองสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า
ดวงวิญญาณที่ล่วงลับแล้วซึ่งหลงเหลืออยู่ในร่างกายถูกดึงออกไปตามแรงนั้น
เด็กที่จากแม่มาร่วงสิบกว่าปี ได้ยินเสียงของนางอีกครั้ง
เส้นด้ายสีแดงแห่งความผูกพันฉุดรั้งนิ้วของนาง เหมือนดังวัยเยาว์ที่เคยเขย่ามือนางไว้
"แม่จากไปแล้ว เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อให้ดี จากนี้ไม่มีความอมตะอีกแล้ว จงรักษาทุกสิ่งในปัจจุบันให้ดี"
คนรักที่จากกันมานานได้ยินคำทักทายธรรมดานั้นอีกครั้ง
"ถนัดเรื่องความปลอดภัยด้วย"
พ่อแม่ที่จากลูกไปก็ได้ยินเสียงเรียกอันห่างหายนั้น
"พ่อ แม่ หนูไปก่อนนะ ในที่สุดก็มีโอกาสได้ร่ำลากับพวกท่านสักที ราตรีสวัสดิ์"
สายฝนครั้งใหญ่ซึมศักดิ์ชะล้างความคิดถึงที่ตกตะกอนสะสมมานานให้จริงจังลง และทำให้ดวงวิญญาณไร้ที่พำนักได้หยั่งรากลงที่สมควร
ชั่วขณะนั้น ทุกคนต่างน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาทุกคนได้ยินเสียงจากก้นบึ้งของหัวใจ ลอยละลิ่วไร้รูปธรรม ทว่าหนักอึ้งดังเหล็กกล้า
เสียงแห่งการร่ำลานั้นชัดเจนเหลือเกิน ราวกับได้เองส่งเพื่อนที่ไม่เคยพบหน้ากันเลยสักครั้งไปสู่การจากไปด้วยมือของตน
แต่บางคนที่บ้าคลั่งไปแล้ว ความคิดแรกคือการยุติทุกอย่างลงเสียเอง โลหิตจึงกระเซ็น ร่างถลาล้มลงไปแล้วไม่มีวันลุกขึ้นอีก
ในม่านฝนแห่งความตายนี้ เสียงร้องไห้พวกพล่านมาดุจน้ำท่วมที่ทลายเขื่อน ที่ไหนจะรั้งไว้ไหว
