เย่ปู้หวี่อ้าปากหวอด อยากพูดแต่ก็เลิกล้มความคิด
รู้สึกอึดอัดแปลกใจ อกข้างในเหมือนมีคำพันคำหมื่นคำที่อยากระบายออกมาให้หมด แต่พอไตร่ตรองดี ๆ แล้วกลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไร
รอยยิ้มบนใบหน้า[คลุ้มคลั่ง]เลือนหาย เปลือกตาสีดำมืดที่ก้มลงนั้นซ่อนความลึกล้ำที่ผู้อื่นมองเข้าไปไม่ถึง
เงียบไปครู่ใหญ่ หล่อนเงยหน้ามองเย่ปู้หวี่ แล้วเอียงศีรษะเบา ๆ
“ดูเหมือนนายจะไม่โดนผลกระทบเลยนะ”
หากถูกความคลุ้มคลั่งแช่เปื่อย ถูกการกักตัวตัวเองนำพา ณ ตอนนี้ควรจะขยายความบ้าคลั่งในใจลึก ๆ ออกมาจนสิ้นสุด แล้วทิ้งการใช้เหตุผลไปเลย
แต่สภาพแบบนี้ ชัดเจนว่ายังไม่เสียสติ
แล้วเงยมองไม้เท้าเบื้องบน ก็เดาได้ว่าไม่ใช่ใคร ๆ อยากเลือก แต่ไม่มีใครอยากเลือกเลยต่างหาก จงใจทำท่าทางลังเลไม่ตัดสินใจ มาหลอกฉันสิน่า
คิดได้เท่านี้ หล่อนยกมือปิดปาก เพื่อกลบยิ้มที่น่ากลัวเกินไปของตัวเอง ไม่ให้ตัวเองห้ามใจแล้วกลืนตัวหนอนตัวน้อยที่โกหกชำนาญคนนี้ลงท้องเสียก่อน
เย่ปู้หวี่ถอยหลังไปหลายก้าว เหงื่อท่วมตัว
“เอ๊ะ เกมน่าจะจบได้แล้วใช่ไหม”
[หมดสิ้น]ตวัดสายตามองตัวต่อตัวบนของหายนะผมขาวตนนี้อย่างแปลกใจ
“ไม่โดนผลกระทบเลยจริง ๆ เหรอ?”
แรงต้านทานต่อสาเหตุและผลแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ แม้แต่ความคลุ้มคลั่งยังแช่เปื่อยไม่ได้?
เย่ปู้หวี่ยิ้มแห้งแล้วคว้าไม้เท้าวางไว้ข้างทาง ก้าวข้าง ๆ ค่อย ๆ แอบเลื่อนตัว
“ฮ่า ๆ คงเพราะฉันดื้อยา ไม่รู้จักดีรู้จักชั่วไงล่ะ”
