เว่ยฉางหมิงมีเส้นดำทาบหน้าไปทั้งใบ
“ถามใจตัวเองดูสิ ตอนที่พวกเรายังเรียนอยู่ในสถาบัน ถ้าบรรดาใหญ่โตของแผนกสี่สถิตออกแถลงการณ์ร่วมกันว่าให้ทุกองค์กรสั่งทุกคนตายให้ฉันดูทันที พวกเราจะทำตามไหม?”
เย่ปู้หวี่กะพริบตาปริบ ๆ “ก็ไม่ทำตามจริง ๆ แต่ใครบอกว่าฉันจะไปบังคับแบบนั้นล่ะ บังคับให้ทุกคนระเบิดตัวเอง นั่นมันงานของจอมมารแห่งโลกไม่ใช่เหรอ พวกเราไม่ทำแบบนั้นหรอก”
ทุกคน “หืม?”
นี่มันความหมายอะไร ไม่บังคับเหรอ?
“ทำไมต้องบังคับด้วย” เย่ปู้หวี่งง “แค่แจ้งเวลาที่จักรวาลจะยุบตัวที่ถูกต้องให้พวกเขา ให้สรรพชีวิตทุกหนทุกแห่งเตรียมพร้อม มั่นคงในศรัทธา เก็บรักษาวิญญาณของตัวเองไว้ให้ดีก็พอแล้ว
พอจักรวาลกวาดล้างสสารทั้งหมดเมื่อไร พวกเขาก็ระเบิดเองโดยอัตโนมัติไม่ใช่เหรอ จะเหนื่อยทำไมให้มันลำบาก”
ทุกคนสูดลมเย็นพร้อมกัน
“มีเหตุผลดี”
พวกเขาคิดไปเองเสียจริง ๆ
เจ้าปลาวาฬน้อยเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “แต่ถ้าไม่ระเบิดล่วงหน้า จะเร่งกระบวนการยุบตัวของจักรวาลได้อย่างไร ถ้ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลานานมาก ฝั่งนี้สรรพชีวิตล่มสลายไปแล้ว แต่อีกฝั่งยังมีชีวิตอยู่จะทำอย่างไร
จะมั่นใจได้อย่างไรว่าแม่น้ำลืมเลือนแห่งใหม่ที่เราสร้างขึ้นจะปิดทันเวลา และมั่นใจว่าวิญญาณที่เข้าไปในนั้นจะถูกเก็บรักษาไว้?”
เย่ปู้หวี่ยิ้มมองไปยังเจ้าปลาวาฬน้อย แล้วพูดประโยคที่ทำให้ทุกคนตัวสั่น
“ฉันบอกแค่ว่าไม่ให้พวกเขาระเบิด ไม่ได้บอกว่าไม่ให้พวกคุณระเบิดนี่นา”
[ความหวาดกลัว]และเหล่าหายนะเงียบกริบไปทั้งทีในชั่วพริบตา
เย่ปู้หวี่อธิบายว่า “พวกคุณทุกคนคือหายนะขั้นสูงสุด นั่นแปลว่านอกจากพวกเราแล้ว พวกคุณก็คือสิ่งที่ดูดกลืนพลังแห่งการขยายตัวของจักรวาลไปมากที่สุด
