ยานอวกาศสั่นสะเทือน เหรียญกล้าวิ่งระริกไปมาไม่กี่ครั้ง เขายืมมือไปรับ แต่เหรียญกล้ากลับไหลลู่จากปลายนิ้วโดยไร้ความปราณี แล้วแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อักษรใหญ่บนเหรียญกลายเป็นเศษกระจก นอนระเบิ้งอยู่พื้นเงียบ ๆ เป็นการซักไซ้ไถ่ถามไร้เสียง
ภายในดาวกระจกน้ำ
ใต้อนุสาวรีย์ มารดาคนหนึ่งพยายามยกลูกน้อยขึ้น หวังสู้สุดชีวิตให้เลือดเนื้อตัวเองได้มีชีวิตรอด บนตึกสูงแห่งโรงเรียน เหล่าครูอาจารย์และนักเรียนตะโกนจนเสียงแหบแห้ง คุณครูมองเรือรบที่จากไปไกล ไม่รู้ว่าจะหันไปเผชิญใบหน้าอันบริสุทธิ์เบื้องหลังอย่างไร
ภายในที่หลบภัยใต้ดิน วิศวกรคนหนึ่งก่อนตายทุบทำลายแผงควบคุม ดวงตาที่ไม่ได้ปิดมาหลายวันหลายคืน ก็หลับลงไปพร้อมความเกลียดชังและสิ้นหวัง ชาวนาผู้ไม่มีที่หนีไปกอดกองธัญญาหารที่เหลืออยู่ ก่อนถูกคลื่นยักษ์ไร้ปรานีกลืนกิน ตายไปแล้วยังไม่เข้าใจว่าตนเองทำผิดอะไรลงไป
ทำไมความพยายามและขันติธรรมจึงแลกความมั่นคงปลอดภัยไม่ได้ ทำไมระเบียบกฎเกณฑ์เหล่านั้นจึงมักเอนเอียงไปหาความชั่วร้าย
หญิงสาวผมน้ำเงินได้ต่อสู้ขั้นสุดท้าย เธอหันมองพวกเพื่อนเบื้องหลัง แล้วตัดสินใจทางเลือกของตนเอง
“ถ้ามนุษย์กลายพันธุ์ได้ แล้วดวงดาวจะทำได้หรือไม่ ฉันเคยรู้จักเพื่อนจากดาวผามั่นคงคนหนึ่ง เธอบอกฉันว่าที่พวกเขารอดมาได้ ก็เพราะนักรบผู้หนึ่งสังเวยตัวเอง นี่คือทางเลือกสุดท้ายแล้ว”
ผืนกระจกน้ำแผ่ขยายออก มวนผมสีฟ้าพลิ้วพราว เธอก้าวเข้าสู่แกนกลางของดวงดาวก่อนที่พวกเพื่อนจะทันรั้งกั้น ดำดิ่งลงสู่คลื่นน้ำสีน้ำเงิน
