บางคนเลือกหนี บางคนเลือกอยู่รบตาย แต่พวกที่หนีส่วนใหญ่ก็พาสมบัติของตัวเองไปด้วย ส่วนพวกที่อยู่สู้ก็ถูกบีบให้อยู่โดยไม่มีทางเลือก
ไม่สู้ก็ต้องตาย
แต่ภาพกลับเปลี่ยนไปฉับพลัน มีบางสิ่งปรากฏออกมาจากหมอกสีเทานั่น สายฟ้าประหนึ่งบทลงทัณฑ์จากสวรรค์พุ่งทะลุผ่าน ครึ่งหนึ่งของดาวชางหยวนถูกทำลาย และคนที่คิดว่าตัวเองจะยังคงใช้ชีวิตอย่างสบายใจต่อไปได้ ก็จบชีวิตลงใต้การโจมตีครั้งนั้น ไม่เหลือแม้แต่ศพ
จนกระทั่งตอนนั้น พวกเขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่ว่าศัตรูคือใคร
“หมอกนั่นมองไม่ทะลุ จนถึงตอนนี้ เราก็ยังไม่รู้ว่าผู้ทำลายชางหยวนแท้จริงคือใคร”
น้ำเสียงหนักอึ้งกดความโกรธเอาไว้
ภาพยังคงดำเนินต่อไป สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนที่พันธ์กับหมอกสีเทารุมสังหารชาวชางหยวน ความตาย ความตายไม่สิ้นสุด
และหลังจากนั้น...กระจกน้ำก็มาถึง ชาวชางหยวนที่เหลืออยู่รวมพลังส่วนที่เหลือของพวกตนเข้าด้วยกัน เปิดพิธีบูชาด้วยตนเองขึ้น
พวกเขายอมสร้างหายนะขึ้นมาหนึ่งตน ก็ดีกว่าให้ชางหยวนไม่เหลืออนาคต
พวกเขายังไม่ทันเห็นว่าศัตรูคือใคร ยังไม่ทันเห็นสิ่งที่ฆ่าครอบครัวของพวกเขาตาย จะมีใครยอมกลายเป็นอาหารของหายนะ
เจตจำนงสุดท้าย รวมตัวลงบนผู้พิทักษ์คนสุดท้ายของพวกเขา ชื่อของจู้อิ้นถูกสลักลงหลังคำว่าชางหยวน นับจากนั้นสิ่งที่ต้องจดจำมีเพียงชางหยวนเท่านั้น
กระจกน้ำและชางหยวนพุ่งเข้าหาหมอกสีเทานั้น แต่หมอกกลับค่อย ๆ จางหายไปหลังดาวชางหยวนดับสูญ ท้ายที่สุด พวกเขาก็ไม่อาจมองเห็นว่าอีกฝ่ายแท้จริงคือใคร
