“กำแพงสูงงั้นหรือ? ถ้าอย่างนั้นก็หาทางทลายมันทิ้งซิ”
“ถ้าทลายไม่ได้ล่ะ?” [ราชาผู้หิวโหย]ถามต่อ “ถ้าพวกเธอทลายกำแพงสูงนั้นไม่ได้ แล้วก็ไม่มีทางปลูกอาหารได้ จะทำยังไง?”
หม่า จั๋ว ถูกถามจนอึ้ง ถ้าทลายกำแพงไม่ได้ แล้วก็ไม่มีอาหาร นี่มันก็คือการอดตายกันชัด ๆ สถานการณ์แบบนี้ต่อให้ใครมาคงแก้ไม่ได้
เขายิ้มอย่างขมขื่น “สมมติฐานแบบนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว”
“แต่... ถ้ามันเป็นแค่กำแพงเดียวล่ะก็ ต่อให้ต้องคลานก็จะปีนขึ้นไปให้ได้ ปีนข้ามไปให้ได้ เอาหินมากองไว้ใต้เท้า เอาศพคนตายมาทับถมไว้ใต้เท้า หาทุกวิถีทางปีนข้ามให้ได้”
หม่า จั๋ว กำหมัดแน่น “ช่วงเวลาแบบนั้น รวมพลังทุกอย่าง หาทางออกไปให้ได้ถึงจะเป็นทางแก้ที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว ต่อให้ต้องให้คนอื่นเหยียบไหล่ฉันปีนข้ามไปก็ยอม”
“ถ้าทำไม่สำเร็จล่ะ?”
หม่า จั๋ว หยิบช้อนใส่ชาม “ต่อให้ทำไม่สำเร็จก็ต้องลองปีนดู อดอยากตายทั้งเป็นอย่างนั้น สู้สู้จนหมดแรงตายยังดีกว่า อย่างน้อยสุดท้ายก็ยังมีความหวังในใจ ไม่เจ็บปวดจนเกินไป”
ดวงตาที่ว่างเปล่าของ[ราชาผู้หิวโหย]เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจราวกับถูกเจาะให้ยุบลง เสียงอึกทึกไม่สิ้นสุดข้างหูเงียบลง
เสียงอึกทึกครึกโครมหยุดชะงักไปจากข้างหู ราวกับยามค่ำคืนที่เงียบสงบ เป็นความสงบที่ไม่เคยรู้สึกได้ตั้งแต่เกิด ทุกเซลล์ทั่วร่างกายรู้สึกสบายและสงบสุข
ดวงตาทั้งสองข้างแต้มด้วยแสงเล็กน้อย ราวกับแสงอาทิตย์ที่ถูกผนึกไว้ เม็ดหนึ่งถูกฝังลงไปในโลกสีเทาขาวอันเงียบเหงา มันก้มหน้ามองโจ๊กที่นุ่มละมุนตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
