ฐานะทางบ้านของจางเยี่ยนชิวไม่ได้ดีนัก กระดาษชำระที่พกมาจึงเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น ปกติเวลาเข้าห้องน้ำเธอใช้หนังสือพิมพ์แทน
ตอนนี้ต้องมาอยู่ต่อหน้าทุกคน โดยเฉพาะลี่เซี่ยงเป่ย เธอจึงไม่อยากเปิดเผยเรื่องแบบนี้ออกมา
หลินอวี้จู๋เองก็ไม่ได้ดีกว่าจางเยี่ยนชิวสักเท่าไร เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนนี้ว่าเธอลืมเอาหนังสือพิมพ์มาด้วย จะให้ยืมกระดาษชำระจากคุณป้าก็ทำใจไม่ลงจริง ๆ
ทั้งคู่จึงเงียบไม่พูดอะไร ลี่เซี่ยงหว่านขมวดคิ้วสวย ๆ แน่น นึกสงสัยว่าคุณป้าจงใจขอกระดาษหรือเปล่า จึงล้วงกระดาษชำระสองสามแผ่นจากกระเป๋าส่งให้
สมัยนี้กระดาษชำระขายเป็นปึก มีทั้งคุณภาพดีและไม่ดี ไม่ได้ขายเป็นม้วน หนึ่งปึกมีกี่แผ่นก็ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสหกรณ์ร้านค้า
หลินอวี้จู๋รู้ว่าครอบครัวที่ลี่เซี่ยงหว่านทะลุมิติเข้ามาอยู่ด้วยนั้นแปลกประหลาดไม่น้อย แถมยังลำบากกว่าเธอเสียอีก เธอลงชนบทแทนน้องชายเจ้าของร่างเดิม ส่วนพี่สะใภ้ที่บ้านก็เอาแต่รังเกียจเธอ ราวกับอยากให้บ้านนี้ไม่มีเธออยู่ด้วย
ตอนนี้ลี่เซี่ยงหว่านหยิบกระดาษชำระออกมาได้ ดูท่าคงเคยไปซื้อขายของในตลาดมืดมาแล้วสินะ โธ่เอ๊ย ฝีมือดีแถมใจกล้า!
เหตุใดถึงสรุปเช่นนี้น่ะหรือ ไม่มีเหตุผลอื่นหรอก ต่อให้กระดาษชำระยุคปัจจุบันคุณภาพแย่แค่ไหน ก็ยังดีกว่าของยุคนี้มาก ลี่เซี่ยงหว่านในชาติก่อนจะไปซื้อของคุณภาพต่ำแบบนี้ได้อย่างไร พอมาถึงที่นี่ กระดาษชำระในมิติของเธอจึงไม่กล้าเอาออกมาให้คนอื่นใช้ตามใจ แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังใช้ไม่ได้
หลินอวี้จู๋คิดอยู่เงียบ ๆ ว่าปัญญาชนหญิงที่ลงชนบทมีคูปองซื้อกระดาษชำระเดือนละหนึ่งใบ ใช้ในชีวิตประจำวันคงไม่พอแน่ อดถอนหายใจไม่ได้ ยุคนี้ช่างลำบากตั้งแต่กิน ดื่ม ขับถ่าย ไปจนถึงนอนจริง ๆ!
จู่ ๆ ก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต หลินอวี้จู๋เองก็เริ่มอยากลองเข้าไปคลุกคลีในตลาดมืดบ้างแล้ว!
คุณป้ายังคงมีเรื่องให้วุ่นวายไม่หยุด พอคุณป้าลงจากรถ ทั้งสี่คนก็พร้อมใจกันถอนหายใจโล่งอก
เมื่อทุกคนลงจากรถไฟด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายใจ แล้วได้สูดอากาศบริสุทธิ์ ก็รู้สึกราวกับได้เกิดใหม่
