“ถึงเขาจะมั่นใจว่าสิ่งที่ทำจะไม่มีใครรู้ แต่ถ้าคุณบุกไปถามเขาตรง ๆ แบบนี้ ไม่เท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือคะ?”
พอได้ยินพ่อพูดเช่นนี้ อิ่งเจียเหยี่ยนก็ได้สติขึ้นมาในที่สุด
เขาขยี้ผมอย่างหงุดหงิด “ผมใจร้อนเกินไป…”
เซิ่งซินเยว่กล่าวว่า “เรื่องเร่งด่วนตอนนี้คือจัดการปัญหาบนตัวพี่สาวคุณให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปหาคนนั้นก็ยังไม่สาย”
เธอยกมือขึ้น ก่อนจะวางลงอย่างรังเกียจ “อิ่งเจียเหยี่ยน เอากำไลวงนี้ไปวางไว้ตรงที่มีแดดส่องถึงมากที่สุดก่อน ให้แสงแดดช่วยข่มพลังหยินบนกำไลชั่วคราว”
“คุณอากับคุณน้าต้องเตรียมชาดชั้นดีไว้ ถ้าหาไม่ทันในเวลาอันสั้น ก็เอาไก่ตัวผู้ตัวใหญ่มาสองตัว ต้องเป็นไก่ที่แข็งแรงมีเรี่ยวแรงมากด้วย แล้วก็เตรียมเชือกหมึกไว้ วันนี้เลยช่วงที่พลังหยางแรงที่สุดไปแล้ว ทุกอย่างต้องรอทำพรุ่งนี้ตอนเที่ยง ก่อนเที่ยงพรุ่งนี้ต้องเตรียมของพวกนี้ให้พร้อมนะคะ”
“อาการของลูกสาวคุณร้ายแรงมากแล้ว อย่าปล่อยให้ล่าช้าเด็ดขาด!”
พ่ออิ่งกับแม่อิ่งพยักหน้ารัว ๆ หญิงชราเช็ดน้ำตาแล้วหันไปสั่งลูกชายกับลูกสะใภ้ “มัวยืนงงอะไรกันอยู่! ไม่ได้ยินที่อาจารย์บอกหรือไงว่าต้องเตรียมของ รีบไปเตรียมสิ!”
อิ่งเจียเหยี่ยนนำกำไลหยกโลหิตไปวางไว้ที่ระเบียง โดยวางไว้กลางแดดพอดี
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตาฝาดหรือไม่ ทันทีที่กำไลหยกสัมผัสแสงแดด เขาเหมือนเห็นไอสีดำสายหนึ่งลอยออกมาจากกำไล แต่พริบตาเดียวก็หายไปแล้ว
