เซี่ยจือเหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “นักข่าวพวกนั้นกำลังถ่ายทอดสดอยู่ พอดีผมเห็นเข้า—”
“คุณคิดว่าฉันเชื่อเหรอ?”
เซิ่งซินเยว่ขัดขึ้นทันที ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มจาง ๆ ทว่าดวงตากลับจับจ้องเขาอย่างคมกริบ “เซี่ยจือเหยียน คุณเป็นคนแบบไหนกันแน่?”
หัวใจเขากระตุกวูบอย่างแรงในพริบตา
เซี่ยจือเหยียนถามอย่างไม่แสดงพิรุธ “ทำไมจู่ ๆ ถึงถามอะไรแปลก ๆ แบบนี้ล่ะ?”
เขาพับแขนเสื้อที่เปียกชื้นจนแนบติดแขนขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนที่มีกล้ามเนื้อกระชับ ทุกอากัปกิริยาล้วนแฝงความสง่างาม “คุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าผมเป็นใคร?”
“อย่าคิดจะหลอกฉัน”
เซิ่งซินเยว่หัวเราะหึ “คุณรู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันไม่ได้ถามว่าคุณเป็นใคร”
เธอยืดตัวขึ้น ก้าวเข้าไปหาเขาทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือ แม้แต่ลมหายใจของกันและกันก็ยังได้ยินชัดเจน “ฉันถามว่า—”
“คุณเป็นคนแบบไหนกันแน่”
เมื่อเธอขยับเข้ามา แผ่นหลังของเซี่ยจือเหยียนก็ยิ่งเกร็งแน่น
หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงเล็กน้อย กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เซิ่งซินเยว่กลับยกมือขึ้นฉับพลัน คว้าคอเสื้อของเขาไว้
เขาก้มมองใบหน้าที่เปียกฝน ดวงตากลมใสเป็นประกายกลับเต็มไปด้วยความเฉียบคม จนลมหายใจของเซี่ยจือเหยียนสะดุดไปชั่วขณะ
“ฉันไม่อยากฟังเรื่องโกหก”
แม้เธอจะเตี้ยกว่าเขาหนึ่งช่วงศีรษะ แต่กลับไม่ด้อยกว่าในด้านรัศมีเลยแม้แต่น้อย ยังดูคล้ายจะข่มเขาได้เสียด้วยซ้ำ
