สายตาหลากหลายคู่พากันจับจ้องฉินฉางหมิง แฝงแววใคร่รู้อยู่หลายส่วน
ฉินฉางหมิงผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ “หลีหว่าน ในเมื่อจับได้คำถามจริงใจแล้ว ก็เล่นให้เต็มที่หน่อยสิ”
“ฉันก็เล่นเต็มที่อยู่นี่”
หลีหว่านค่อย ๆ เล่นกับแก้วบนโต๊ะ สายตาสบกับเขาอย่างเปิดเผย ก่อนเอ่ยว่า “ที่ฉันพูดก็เป็นความจริงใจทั้งนั้น”
กล้ามเนื้อขมับของฉินฉางหมิงกระตุกแผ่วเบา
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นดูออกว่าฉินฉางหมิงคล้ายจะโกรธอยู่บ้าง
แต่หลีหว่านกลับทำราวกับไม่รู้สึกถึงอะไรเลย แถมยังเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “อาจารย์ช่วยเป็นพยานให้ฉันด้วย”
ฉินฉางหมิงเงียบไป ก่อนหันมามอง
เซิ่งซินเยว่ยักไหล่ ตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “อืม จริงใจ”
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา บรรยากาศรอบตัวฉินฉางหมิงก็หม่นมืดลงในพริบตา!
แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้น ๆ แค่สองวินาทีเท่านั้น จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเยาะ หยิบไฟแช็กที่วางอยู่ข้าง ๆ มาจุดบุหรี่ เปลวไฟวูบไหวริบหรี่
เขาพูดว่า “ได้”
ราวกับคนที่เพิ่งเสียอาการไปเมื่อครู่ไม่ใช่เขาอย่างไรอย่างนั้น
เฉิงหลีกะพริบตารัว ๆ สีหน้าราวกับเพิ่งได้ยินข่าวใหญ่เข้าเต็มเปา
“เล่นต่อสิ”
ฉินฉางหมิงวางแก้วเหล้าในมือลงบนโต๊ะ ไม่แม้แต่จะมองผู้หญิงข้างกายอีกสักแวบ ยังมีอารมณ์พูดเหน็บแนมว่า “เฉิงหลี ไม่ใช่ว่าฉันจะว่าอะไรนะ ไพ่ของนายธรรมดาเกินไปจริง ๆ”
“แล้วนายอยากได้แบบไหนล่ะ”
เฉิงหลียิ้มกริ่มพลางเขย่าลูกเต๋าในมือ “เราเล่นกันแรงเกินไปไม่ได้หรอก”
