ภายในห้อง เซิ่งซินเยว่สบตากับตุ๊กตากระดาษผ่านเส้นหมึกดำที่พันซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
เดิมทีหากไม่มีคุณลุงเถียนควบคุม ตุ๊กตากระดาษก็คงไม่มีความรู้สึกใด ๆ
แต่ตอนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมองเจตนาของเซิ่งซินเยว่ออกหรือไม่ ดวงตาของตุ๊กตากระดาษเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ไม่พอใจ และโกรธเกรี้ยว
“ไม่ต้องมองฉันแบบนั้น”
เซิ่งซินเยว่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ถึงเธอจะมีความคิดเป็นของตัวเองแล้วจะทำไม แยกไม่ออกแล้วหรือว่าใครใหญ่ใครเล็ก?”
ขณะพูด เธอก็วางสิ่งของที่เตรียมไว้ออกมาทีละชิ้น
“ฉัน...”
ตุ๊กตากระดาษมองสิ่งของเหล่านั้น ก่อนเค้นคำพูดออกจากปากอย่างยากลำบาก “ฉันไม่อยากตาย...”
“นี่ไม่ใช่ความตาย”
เซิ่งซินเยว่ตอบ “แต่เธอไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ตั้งแต่แรก”
สิ้นเสียง เธอก็คว้าตะเกียบขึ้นมากำหนึ่ง แล้วขว้างใส่ตุ๊กตากระดาษทันที!
ตะเกียบเหล่านั้นราวกับได้รับจิตวิญญาณ พอตกถึงพื้นก็เรียงตัวเป็นวงกลมโดยอัตโนมัติ ปักแน่นอยู่รอบตุ๊กตากระดาษ กักขังมันไว้จนดิ้นไม่หลุด
เธอสะบัดมือ เส้นหมึกดำทั่วทั้งห้องขาดสะบั้น กระดิ่งเล็กใหญ่ร่วงลงพื้น ทว่ากระดิ่งที่แต่เดิมไวต่อการสั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง กลับไม่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อยในครั้งนี้
เมื่อไม่มีเส้นหมึกดำขวางกั้น เซิ่งซินเยว่ก็ลากคุณลุงเถียนเข้ามาด้วย
ดูเหมือนตุ๊กตากระดาษจะล่วงรู้แล้วว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น มันพยายามดิ้นรนสุดแรง แต่สิ่งที่ทำให้สิ้นหวังคือ แม้เส้นหมึกดำจะขาดหมดแล้ว และรอบตัวมีเพียงตะเกียบกำหนึ่ง ทว่ากลับมีพลังไร้รูปร่างตรึงมันไว้แน่นจนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย!
