“เงียบ!”
ในที่สุดตำรวจก็ทนไม่ไหว เคาะโต๊ะเสียงดังสนั่น จนผู้ปกครองเหล่านั้นยอมเงียบลงเสียที
“ผู้ปกครองทุกท่าน ใจเย็นกันก่อน เราเรียกทุกคนมาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาทะเลาะกันที่นี่”
“ส่วนจะอบรมสั่งสอนลูกอย่างไร นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกคุณ อยากทะเลาะกันก็อย่ามาทะเลาะในโรงพัก ตอนนี้ควรคุยกันก่อนว่าจะชดใช้ให้ผู้โดยสารที่ถูกลูก ๆ ของพวกคุณทำร้ายบนรถไฟใต้ดินอย่างไร!”
ตำรวจกล่าวอย่างเหลืออด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้ปกครองสองสามคนก็สบตากัน ก่อนจะหันไปเล่นงานลูกตัวเอง ด่าทอเสียยกใหญ่ เด็กมัธยมต้นทั้งหกคนหงอยเหงาราวกับมะเขือถูกน้ำค้างแข็ง
หลังจากเจรจากันอยู่พักใหญ่ ประกอบกับคำตักเตือนจากตำรวจ ในที่สุดพวกเขาก็ออกจากโรงพักได้
ได้ยินจากผู้บริหารโรงเรียนว่า ผู้อำนวยการไปอบรมข้างนอกช่วงสองวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เดิมทีเซิ่งซินเยว่อยากไปถามหัวหน้าฝ่ายปกครองถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็มีคนเรียกเธอจากด้านหลังอีกครั้ง
“นี่!”
เซิ่งซินเยว่ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้หยุดเดิน
“ฉันเรียกเธออยู่ ไม่ได้ยินหรือไง?”
เสียงฝีเท้าตึงตังดังมาจากด้านหลัง มือข้างหนึ่งวางหมับลงบนไหล่เธอ ก่อนออกแรงกระชากให้หันกลับไป “ฉันพูดกับเธออยู่นะ หูหนวกหรือไง?”
เซิ่งซินเยว่ขยับไหล่ไปด้านข้าง หลบแรงดึงจากคนข้างหลังได้อย่างง่ายดาย
