“ก็เพราะเขาไม่อยากให้แม่เป็นห่วงไง!”
เสียงของเหวินอินดังขึ้นเรื่อย ๆ
เสียงทางนี้ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นอย่างรวดเร็ว เมื่อสังเกตเห็นสายตาหลายคู่มองมา เซิ่งซินเยว่ก็ได้แต่เอ่ยอย่างจนใจว่า “คุณหนูใหญ่ อยากให้ทุกคนรู้หรือไงว่าพ่อคุณนอกใจ?”
เหวินอินรีบยกมือปิดปาก แต่ยังคงจ้องเธอเขม็ง “ก็คุณใส่ร้ายพ่อฉันก่อนนี่!”
“พ่อแค่ไม่อยากให้แม่เป็นห่วง เพราะช่วงสองวันนี้บริษัทมีปัญหาเล็กน้อยเท่านั้นเอง อย่าคิดจะเอาเรื่องนี้มาพูดให้เป็นประเด็นนะ!”
เซิ่งซินเยว่ยิ้ม “คุณเหวิน เราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ฉันรู้ว่าคุณมีอคติกับฉัน เพราะงั้นไม่ว่าฉันพูดอะไร คุณก็ระแวงทั้งนั้น แต่ถ้าคุณคิดว่าฉันพูดเหลวไหลจริง ๆ ก็ลองจับตาดูตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะได้ไม่ต้องตกใจเมื่อวันหนึ่งมีคุณหนูตัวจริงโผล่มาแย่งมรดกกับคุณ รู้ไว้ด้วยว่าตามกฎหมาย ลูกนอกสมรสก็มีสิทธิ์รับมรดกเหมือนกัน”
ใบหน้าของเหวินอินซีดเขียว
ลึก ๆ แล้วเธอไม่อยากเชื่อคำพูดเหล่านั้นของเซิ่งซินเยว่
แต่บางครั้ง เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยถูกหว่านลงไปแล้ว ก็ยากจะถอนรากถอนโคน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ในภายหลัง
ในความรับรู้ของเธอ พ่อแม่รักใคร่กันดีมาตลอด เธอจึงไม่เคยคิดเลยว่าพ่อจะมีโอกาสนอกใจ
ทว่าเมื่อเซิ่งซินเยว่พูดเช่นนี้ เบาะแสบางอย่างกลับเชื่อมโยงกันขึ้นมาเอง เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ท่าทางฮึกเหิมในตอนแรกหายไปจนหมด
