พอคำนี้หลุดออกมา สีหน้าคนขายก็พลันบูดบึ้งราวกับกลืนอุจจาระเข้าไปสองชั่งเต็ม ๆ
เซิ่งซินเยว่พูดอย่างหมดคำจะกล่าว “ฉันให้เธอแกล้งทำเป็นหนุ่มซื่อบื้อ ไม่ได้ให้แกล้งทำเป็นคนปัญญาอ่อนนะ”
แต่ก็ดีที่ยิ่งปัญญาอ่อน ก็ยิ่งดูหลอกง่ายขึ้นไปอีก
คนขายปรับสีหน้า ก่อนฝืนยิ้มออกมาอีกครั้ง “พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ คุณปู่ของเธอเหมารวมเกินไปหน่อยหรือเปล่า จะบอกว่าของทุกชิ้นเป็นของปลอม เพียงเพราะตัวเองซื้อของแท้ไม่ได้งั้นเหรอ?”
หนุ่มหล่อผิวคล้ำถือสร้อยข้อมือไว้ พลางยืนกรานว่า “ห้าร้อย”
มุมปากคนขายกระตุกสองครั้ง “ห้าร้อยนี่ไม่ได้จริง ๆ …”
แต่แล้วก็เห็นหนุ่มน้อยก้มหน้าคุ้ยอยู่นาน ก่อนจะหยิบพระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขึ้นมาชิ้นหนึ่ง “ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่?”
คนขายตอบ “แปดหมื่น!”
หนุ่มหล่อผิวคล้ำตอบ “แปดร้อย!”
คนขาย “……”
ตรงไปตรงมาเกินไปแล้ว ตรงไปตรงมาเกินไปจริง ๆ!
ไม่ว่าจะห้าร้อยหรือแปดร้อย เขาก็ยังฟันกำไรได้มหาศาลอยู่ดี เพราะของพวกนี้เป็นของกระจุกกระจิกราคาแค่สิบกว่าหยวนทั้งนั้น แต่…
เดี๋ยวก่อน!
คนขายพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ แสงสว่างวาบผ่านสมองไป
หมอนี่ต่อราคาเหมือนจะหารหนึ่งร้อยทุกครั้งเลยไม่ใช่หรือ?
หรือคุณปู่ของเขาจะสอนมาแบบนี้ แล้วเจ้าหนุ่มนี่ก็ยึดติดกับมันจริง ๆ?
เมื่อคิดว่าตัวเองล่วงรู้ความลับของหนุ่มน้อยแล้ว คนขายก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นรัว เลือดสูบฉีดขึ้นสมองเป็นระลอก
เขาพูดติด ๆ ขัด ๆ แสร้งทำเป็นลำบากใจ “แปดร้อยไม่ได้หรอก ขายไม่ได้…”
หนุ่มน้อยหยิบแท่นฝนหมึกขึ้นมาอีกชิ้น “แล้วชิ้นนี้ล่ะ?”
คนขายเหลือบตามองหนุ่มน้อยอย่างระมัดระวัง ก่อนรวบรวมความกล้าลองหยั่งเชิง “หนึ่งแสนสองหมื่น!”
