“ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงนะคะ”
ฟางโม่โม่กล่าวด้วยความซาบซึ้ง “ผลตรวจของน้องกวยออกมาแล้วค่ะ หมอบอกว่ามันไม่ได้กินอะไรมานานจนขาดสารอาหาร ทั้งตัวมีบาดแผลอยู่หลายแห่ง น่าจะถูกเด็กซนปาก้อนหินใส่ ขาหลังทั้งสองข้างก็หัก แต่หมอบอกว่าถ้ารักษาดี ๆ มันจะต้องหายเป็นปกติแน่นอนค่ะ”
【อย่างนั้นก็ดีแล้ว ดีแล้ว แบบนี้พวกเราก็สบายใจ】
【ดีนะที่น้องกวยไม่ได้เป็นอะไรมาก ฉันแทบไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าแมวของฉันถูกแฟนจงใจโยนทิ้ง แถมยังต้องทุกข์ทรมานขนาดนี้ ฉันคงคลั่งไปตรงนั้นแน่!】
【ฉันไม่เข้าใจคนบางคนจริง ๆ สัตว์ก็คือสัตว์ ทำไมต้องยกให้มีสถานะเท่ากับคนด้วย สำหรับฉันแล้วสัตว์ไม่มีวันเทียบกับคนได้หรอก คุณแยกแยะไม่ออกแบบนี้ ก็อย่าโทษแฟนที่ทำเรื่องเกินกว่าเหตุเลย】
【คุณออกไปได้หรือยัง? ฉี่ของคุณเป็นแบบด้านหรือไง ถึงได้ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองก็เป็นสัตว์เหมือนกัน?】
【คนข้างบนนี่พูดแทนใจฉันเลย!】
เมื่อเห็นข้อความนั้น ฟางโม่โม่ก็อดกัดฟันแน่นไม่ได้ ก่อนเอ่ยทีละคำว่า “ระวังคำพูดหน่อย น้องกวยไม่ใช่สัตว์ มันเป็นครอบครัวของฉัน!”
“พ่อแม่ฉันเสียตั้งแต่ฉันยังเล็ก ฉันโตมาในบ้านของลุง แต่ลุงก็มีลูกของตัวเอง ใคร ๆ ก็บอกว่าในเมืองใหญ่มีโอกาสมากกว่า หลังจากนั้นฉันเลยมาที่นี่คนเดียวเพื่อเริ่มต้นชีวิต”
ฟางโม่โม่มีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับกำลังเล่าเรื่องของคนอื่น แต่สองมือที่สั่นน้อย ๆ ยังคงเผยให้เห็นหัวใจที่เปราะบางของเธอ
“ตอนเพิ่งมาถึงที่นี่ ฉันไม่มีแม้แต่เงินเช่าห้อง ได้แต่อาศัยอยู่ในห้องใต้ดิน ถูกเพื่อนร่วมงานกีดกันเพราะไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ ถูกเพื่อนร่วมงานกันออกจากกลุ่มเพราะไม่มีเงินไปร่วมงานเลี้ยงบริษัท ทุกคนรู้ว่าฉันรังแกได้ง่าย เพราะกว่าจะได้งานนี้มาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันจึงขัดแย้งกับใครไม่ได้ ไม่มีใครคอยหนุนหลัง ฉันทำได้แค่อดทน อดทนเท่านั้น”
