“หึ”
เซิ่งซินเยว่หัวเราะเยาะกับการกระทำของเขา เธอไม่ได้รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
แสงสีแดงจาง ๆ ส่องวาบจากกำไลหยกบนข้อมือของเธอ ร่างของเฉินอินลอยค้างอยู่กลางอากาศ สีหน้าไร้อารมณ์
แรงกดดันอันน่าหวาดหวั่นจากผีชุดโลหิตครึ่งขั้นทำให้ผีผู้ป่วยทางจิตชะงักค้างอยู่กับที่ในทันที ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย!
“นี่มัน...”
เซี่ยจือเหยียนมองชุดผู้ป่วยที่เปื้อนคราบเลือดสีแดงเป็นปื้นใหญ่ตรงหน้า แล้วชะงักไปเล็กน้อย
เขาเคยเห็นผีตนนี้ที่โรงพยาบาลมาก่อน
แต่ไม่รู้เลยว่าเธอมาอยู่ข้างกายเซิ่งซินเยว่ตั้งแต่เมื่อไร
เซี่ยจือเหยียนเก็บซ่อนความรู้สึกซับซ้อนในดวงตา
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่า...ตัวเองกับเซิ่งซินเยว่ดูจะเป็นคนละโลกกันไปแล้ว
เธอเหมือนกำลังมุ่งไปข้างหน้าไม่หยุด ส่วนเขาเพียงไม่ได้เจอเธอไม่กี่วัน เธอก็เดินไปไกลลิบแล้ว มีแต่เขาที่ยังย่ำอยู่กับที่
เมื่อตระหนักถึงเรื่องนี้ เซี่ยจือเหยียนก็อดกำมือแน่นไม่ได้
ความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้ข้างหลังแบบนี้...กลับทำให้เขาหวาดหวั่นขึ้นมา
ราวกับว่าเมื่อนานมาแล้ว เขาเคยถูกทิ้งไว้ข้างหลังนับครั้งไม่ถ้วน
แต่ตอนนี้ทั้งสองเป็นเพียงเพื่อนธรรมดาที่สุด แล้วเขามีสิทธิ์อะไรถึงคิดแบบนี้?
“ซินเยว่!”
เขาเผลอเรียกเธอออกไป
เซิ่งซินเยว่หันมามอง “หืม?”
แต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปาก เขากลับกลืนมันลงคอไปเสียอย่างนั้น
เซี่ยจือเหยียนรู้สึกขมขื่นและหงุดหงิดอยู่ในใจ เขาเป็นอะไรไป?
