ขณะเดียวกัน ณ ตระกูลถาน
เพราะเซิ่งซินเยว่ งานเลี้ยงวันเกิดของถานชิงชิงจึงจบลงอย่างรวบรัด แขกเหรื่อต่างเดินทางกลับไปพร้อมความคิดที่แตกต่างกันไป ทำให้ทั่วทั้งตระกูลถานปกคลุมด้วยบรรยากาศอึมครึม
ภายนอกเจียวเพิ่นดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับปั่นป่วนไปหมดแล้ว
ไม่ใช่แค่เพราะเซิ่งซินเยว่จากไป แต่คำพูดของเธอวันนี้ยังทิ่มแทงใจเจียวเพิ่นราวกับหนาม
เจียวเพิ่นมองสามี ในที่สุดก็อดถามไม่ได้ “ที่รัก ที่ซินเยว่พูดวันนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าคะ”
ถานเหวินเสวียนใจสะดุ้ง หันกลับมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “จริงอะไรหรือไม่จริงอะไร”
“คุณมีคนอื่นอยู่ข้างนอกใช่ไหมคะ”
“นี่คุณคิดอะไรเหลวไหลอยู่ทุกวันกันแน่!”
ความโกรธพลันปะทุขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ สีหน้าของถานเหวินเสวียนหม่นคล้ำ “คุณยังเชื่อคำพูดของลูกอกตัญญูคนนั้นอีกหรือ มันก็แค่หมาป่าตาขาวที่เลี้ยงไม่เชื่องแท้ ๆ แต่คุณกลับสงสัยผมเพราะคำพูดที่ไม่มีหลักฐานสักนิด คุณไม่มีวิจารณญาณขั้นพื้นฐานแล้วหรือไง”
เจียวเพิ่นพูดไม่ออก เธอไม่มีหลักฐานจริง ๆ เพียงแต่คำพูดกะทันหันของเซิ่งซินเยว่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
หรือเธอจะคิดมากไปเองจริง ๆ?
เมื่อเห็นสีหน้าลังเลของเธอ ถานเหวินเสวียนก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนโอบภรรยาเข้ามาในอ้อมแขนแล้วพูดเสียงนุ่ม “ขอโทษนะที่รัก เมื่อกี้ผมใช้น้ำเสียงไม่ดี ผมแค่หงุดหงิดนิดหน่อย ไม่ได้ตั้งใจจะโมโหใส่คุณ”
เจียวเพิ่นเงยหน้ามองเขา ถานเหวินเสวียนมีหน้าตาดี อีกทั้งยังดูแลตัวเองเป็นอย่างดี โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น เวลามองใครก็ดูเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างยิ่ง
