พอได้ยินเซิ่งซินเยว่พูดเช่นนี้ หยางจิ้งหว่านก็เพิ่งตระหนักว่าตัวเองใจร้อนเกินไป “แล้ว...แล้วจะทำยังไงดีคะ?”
แม้ตั้งแต่เดือนก่อนเธอจะฝันถึงเรื่องนี้มาตลอด แต่พูดให้ถูกคือ ไม่ได้ฝันทุกคืน
ถึงอย่างไร เรื่องความฝันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะควบคุมได้
อีกอย่าง ถึงจะมีธุระสำคัญต้องจัดการ แต่การทำเช่นนี้ต่อหน้าแขกก็ยังดูเสียมารยาทอยู่ดี แถมยังรู้สึกแปลก ๆ ด้วย
“ไม่เป็นไร”
เซิ่งซินเยว่ตอบ “ถ้าง่วงก็นอนได้เลย แล้วก็ขอให้คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองท่านออกไปรอข้างนอกสักครู่นะคะ”
“พวก...พวกเราเหรอ?”
พ่อกับแม่ของหยางจิ้งหว่านชะงักไป สีหน้าเผยความลังเล
ทั้งสองไม่ได้ไม่ไว้ใจเซิ่งซินเยว่ เพียงแต่...
“ไม่ต้องห่วงค่ะ”
เซิ่งซินเยว่เข้าใจความกังวลของทั้งคู่ดี “ใช้เวลาไม่นานหรอกค่ะ รออยู่ข้างนอกสักครู่ก็พอ”
พ่อของหยางจิ้งหว่านกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ภรรยากลับดึงแขนเขาเบา ๆ พร้อมส่งสายตาให้ “ถ้าอย่างนั้นก็ฝากจิ้งหว่านไว้กับอาจารย์ด้วยนะคะ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ประตูห้องนอนปิดลงเบา ๆ หยางจิ้งหว่านรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง “งั้นตอนนี้ฉันนอนเลยเหรอคะ?”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้า “อืม”
หยางจิ้งหว่านนอนลงบนเตียงอย่างไม่ค่อยสบายใจ เธอยังกังวลว่าอาจนอนไม่หลับเมื่อมีคนนอกอยู่ด้วย แต่แล้วก็ได้ยินเสียงม่านดังพรึ่บ แสงในห้องพลันมืดลงทันที
“นอนได้แล้ว”
เซิ่งซินเยว่ยกมือโบกผ่านหน้าเธอเบา ๆ
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอหยางจิ้งหว่านได้สติอีกครั้ง รอบตัวก็มีแต่ความมืดมิด
