“ฉันว่าเอาจริง ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ควรถูกซ้อมสักยกนะ เรื่องของสามีภรรยาเขาจะเป็นยังไงก็ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกอย่างเธอจะเข้าไปยุ่งได้ นี่มันหมาเห็นหนูแล้วเสือกไม่เข้าเรื่องชัด ๆ”
“ฉันก็คิดเหมือนกัน ชีวิตคู่ของเขาจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา ทำไมต้องออกมายุ่งวุ่นวายเรียกร้องความยุติธรรมด้วยล่ะ ทีนี้เป็นไง ทำครอบครัวเขาแตกแยกจนได้ พอใจหรือยัง”
“ใช่ แถมเมียเขาก็ด้วย ท้องโตขนาดนั้นแล้ว ยังไงผู้ชายก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมาย อดทนเพื่อลูกหน่อยก็จบแล้ว อยู่กับใครก็เหมือนกันนั่นแหละ ดูสังคมสมัยนี้สิ คนส่วนใหญ่ยังไม่มีความสุขเท่าพวกเขาเลย ไม่แน่ถ้าหย่ากับคนนี้ไป คนถัดไปอาจแย่กว่านี้ก็ได้ ถึงตอนนั้นจะเสียใจก็ไม่มีที่ให้ร้องไห้แล้ว”
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือ ในบรรดาคนที่พูดแบบนี้ยังมีผู้หญิงอยู่ไม่น้อย พวกเธอพากันตำหนิเหยาเหรินด้วยท่าทีเหมือนเกลียดที่เธอไม่เอาไหน ราวกับว่าเธอเป็นคนที่ทำผิดมหันต์เสียเอง
“หุบปากเหม็น ๆ ของพวกแกไปเลย! ไอ้โง่! ลองโดนลงคาถาจนเป็นหุ่นเชิดตั้งนานดูบ้างสิ! ถ้าคิดว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีปัญหา งั้นก็ให้พวกเขาหย่ากันตอนนี้เลย แล้วเอาลูกสาวพวกแกไปแต่งกับเขาได้ไหม! พวกแกมันดีแต่พูด ไม่เจ็บไม่ร้อนอะไรสักหน่อย ไสหัวไป!”
“ฉันว่าพวกหล่อนแต่งเข้าไปเองก็ได้นะ ในเมื่อคิดว่าชีวิตแบบนี้ดีนักนี่! คนอื่นเขาพันเท้า พวกแกกลับพันสมองกันเป็นพรวน ไอ้แก่หัวโบราณ!”
