แต่ตอนนี้ คนที่สร้างเธอขึ้นมาด้วยมือตัวเอง กลับคิดจะลบเธอให้หายไปด้วยมือตัวเองอีกครั้ง
“ฉัน... ฉันไม่รู้...”
สู่ม่านชิงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ พึมพำอย่างเหม่อลอย
ชั่วขณะหนึ่ง เธอกลับไม่รู้ว่าควรดีใจหรือหวาดกลัวกันแน่
การมีอยู่ของอาฝานคือเครื่องยืนยันฝีมือการแสดงของเธออย่างดีที่สุด แต่...
“ฉันไม่รู้เลยว่าเธอมีจิตสำนึกเป็นของตัวเองแล้ว ฉันจะ... ขอพบเธอได้ไหม?”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้า “ได้สิ”
“เธออยู่กับคุณมาตลอด แค่คุณไม่ยอมพบเธอเท่านั้นเอง”
สู่ม่านชิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนค่อย ๆ โน้มตัวลง เปิดบานตู้ใต้โต๊ะ แล้วหยิบกระจกแต่งหน้าออกมา
ปลายนิ้วของเธอสั่นน้อย ๆ นับตั้งแต่ความรู้สึกนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ กระจกทุกบานที่ติดตั้งอยู่ในบ้านก็ถูกคลุมด้วยผ้า ส่วนวัตถุอื่นที่สะท้อนภาพได้ก็ถูกเก็บไปจนหมด
นี่เป็นครั้งแรกในช่วงนี้ที่เธออยากส่องกระจกด้วยตัวเอง
หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง
ราวกับต้องรวบรวมความกล้าอย่างมหาศาล เธอจึงค่อย ๆ เลื่อนสายตาไปยังกระจก สบตากับตัวเองที่อยู่ในนั้น
บนกระจกปรากฏใบหน้าที่คุ้นเคย
เหมือนเธอทุกประการ ดูไม่มีอะไรผิดปกติเลยสักนิด
สู่ม่านชิงรีบมองหน้าจอ “เกิดอะไรขึ้น?”
เซิ่งซินเยว่ส่งสัญญาณให้เธอมองอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อน”
“อ้อ...”
ตัวเธอในกระจกมีสีหน้าตึงเครียด แม้แต่ปลายจมูกก็ยังมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นมา
