เธอลองถามหยั่งเชิงว่า “คนในฝันคนนั้น... คุณเห็นหน้าเขาชัดไหม?”
【โปรตีนบาร์】ชะงักไปก่อน เธอตั้งใจนึกทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าอย่างลำบากใจ “ฉันกลัวมาก...”
“แถมตอนนั้นยังมืดมากด้วย ฉันรู้สึกว่าน่าจะเห็นหน้าเขาชัดแล้วแท้ ๆ แต่ไม่รู้ทำไม พอตื่นขึ้นมาทีไรก็นึกไม่ออกทุกที...”
“เข้าใจแล้ว...”
เซิ่งซินเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้คุณว่างไหม?”
“พรุ่งนี้น่าจะว่างนะ...”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
เซิ่งซินเยว่กล่าว “พรุ่งนี้ฉันจะไปหาคุณ”
【โปรตีนบาร์】ชะงักงัน น้ำตาพลันเอ่อขึ้นมา เสียงสั่นเครือยิ่งกว่าเดิม “เดี๋ยวก่อนค่ะ อาจารย์ หรือว่าตอนนี้อาการของฉัน...หนักถึงขั้นนั้นแล้วเหรอคะ?!”
ไม่ว่าคนอื่นจะเจอปัญหาอะไร ก็จัดการกันให้เสร็จตอนถ่ายทอดสดทั้งนั้น
แต่ของเธอกลับต้องให้เซิ่งซินเยว่เดินทางมาหาเองงั้นหรือ?!
มันต่างอะไรกับไปโรงพยาบาลถามหมอว่าอาการเป็นอย่างไร แล้วหมอกลับส่ายหน้าไม่ยอมบอกความจริง บอกแค่ว่าให้ไปโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่านี้!
เซิ่งซินเยว่ทั้งขำทั้งจนใจ “ไม่ใช่อย่างนั้น คุณสบายใจได้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวคุณ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่เหมาะจะพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ ฉันต้องไปคุยกับคุณด้วยตัวเองเท่านั้น”
พอได้ยินเธอพูดอย่างนั้น 【โปรตีนบาร์】ก็โล่งใจขึ้นบ้าง “เป็นอย่างนั้นเหรอคะ...”
เธอสะอึกสะอื้น “ถ้า...ถ้าอย่างนั้นฉันก็สบายใจแล้วค่ะ อาจารย์ บ้านฉันอยู่เจียงเฉิง—”
