โจวฉีนิ่งไปสองวินาที “คุณใจดีขนาดนั้นจริงเหรอ?”
เซิ่งซินเยว่ “...ก็ได้ จริง ๆ ฉันแค่รำคาญเขา จะให้พูดตรงขนาดนี้เลยเหรอ ไม่รู้จักรักษามาดผู้ใหญ่เอาเสียเลย”
โจวฉีหัวเราะเบา ๆ “ผู้อาวุโสเนี่ยอายุมากแล้ว ความคิดก็เลยไม่ค่อยตรงกับคนหนุ่มสาวจริง ๆ ในเมื่อคุณพูดแบบนี้ งั้นฉันจะบอกจงซิวหมิงกับเสิ่นเวิ่นเฟิงให้ช่วยกัน”
“ขอบคุณนะ”
“โธ่ จะมาขอบคุณฉันทำไม รายงานภารกิจของพวกเขามาถึงมือฉันแล้ว ฉันรู้เรื่องราวทั้งหมดของภารกิจนี้แล้ว ภารกิจระดับเอ++ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ถ้าไม่มีคุณ พวกเขาคงเจอเรื่องยุ่งยากไม่รู้เท่าไร เผลอ ๆ อาจถูกกวาดล้างทั้งทีมเลยก็ได้ ซึ่งนั่นจะเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของหอเทียนจี”
โจวฉีกล่าวจากใจ “พูดกันตามจริง คนที่ควรขอบคุณคุณคือฉันต่างหาก ซินเยว่ สุดท้ายแล้วหอเทียนจีก็เอาเปรียบคุณ”
โจวฉีไม่ค่อยพูดจาจริงจังแบบนี้ เซิ่งซินเยว่จึงรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้าง
เมื่อเห็นทั้งคู่คุยโทรศัพท์เสร็จ เซี่ยจือเหยียนก็ถามว่า “เจ้าเพียวจือมีความเคลื่อนไหวใหม่หรือ?”
“อืม”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้า “เจ้าสัตว์นั่นระแวดระวังมาก อ้อมไปอ้อมมาตั้งนาน คงคิดว่าสลัดพวกเราหลุดแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็เป็นแค่สัตว์ คิดอะไรตื้นเขิน ในเมื่ออุตส่าห์ตามตะครุบมันได้แล้ว จะปล่อยมือไปง่าย ๆ ได้ยังไง”
“คราวนี้ขอแค่ตามมันให้ติด ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะยังซ่อนตัวได้!”
