“อ๊าก…”
เส้นเลือดที่ลำคอของเขาปูดโปน มือทั้งสองข้างกดปิดหูแน่น แต่เสียงเหล่านั้นยังคงพุ่งกรูกันเข้ามา!
“ฮิ ๆ ๆ ๆ…”
วิญญาณหยินล่องลอยหมุนวนอยู่กลางอากาศ เสียงหัวเราะปนเสียงร้องไห้ “อยู่ที่นี่เถอะ อยู่กับพวกเรา พวกคุณไม่ได้มาช่วยฉันหรอกหรือ?”
“ขอแค่พวกคุณยอมอยู่เป็นเพื่อน ฉันก็จะไม่ต้องทรมานอีก…”
“อยู่ที่นี่เถอะ…”
“อยู่ที่นี่ อยู่ที่นี่!”
“ไสหัวไป ไสหัวไปให้พ้น!”
หน่าหวายตะโกนจนเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำ เลือดค่อย ๆ ไหลซึมออกมาจากจมูก ปาก และหูทีละน้อย
“หน่าหวาย หน่าหวาย! ได้สติสิ!”
ท่ามกลางความพร่าเลือน ราวกับมีใครกำลังเขย่าร่างเขาอย่างบ้าคลั่ง เสียงนั้นทะลุผ่านม่านหมอกหนาทึบ กว่าจะมาถึงหูเขาได้ก็ยากเย็นเหลือเกิน
หน่าหวายเหม่อลอย ดวงตาว่างเปล่า เงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง มือทั้งสองยังคงปัดป่ายไปมาไม่หยุด “ไปให้พ้น อย่าเข้ามา!”
เซี่ยจือเหยียนขมวดคิ้ว ก่อนตบฉาดใหญ่ใส่แก้มเขาสองทีอย่างไม่ลังเล
เพียะ! เพียะ!
หน่าหวายสะดุ้งโหยง “เกิดอะไรขึ้น?!”
เขาเพิ่งรู้ตัว คลำใบหน้าของตนเองแล้วสูดปาก “ซี๊ด… เจ็บชะมัด ใครตบฉันเนี่ย?”
“…” เซี่ยจือเหยียนตอบ “คุณฝันร้าย”
หน่าหวายพลันเข้าใจ “จริงด้วย เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงคนมากมายตะโกนอยู่ข้างหู… ตอนนี้ก็ยังได้ยินอยู่”
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ ใบหน้าน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้ามาตรงหน้า ปากฉีกกว้างจนถึงใบหู ส่งเสียงหัวเราะแหลมเสียดหู “อยู่ที่นี่เถอะ!!”
