ทว่าเมื่อสิ้นเสียง ผีชุดแต่งงานกลับคล้ายถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง พึมพำเอ่ยออกมาสองสามคำว่า “ไม่...ไม่เอา!!!”
ฉินเวยชะงัก “ไม่เอาซาซ่าเหรอ?”
เซิ่งซินเยว่ลองหยั่งเชิง “งั้นชื่อผิงผิงล่ะ?”
ผีชุดแต่งงานเงียบลง
เซิ่งซินเยว่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ฮ่า! ฉันก็ว่าแล้วว่าต้องชื่อผิงผิง!”
ฉินเวยราวกับถูกฟ้าผ่า “เธอตั้งชื่อว่าผิงผิงได้ยังไง! ฟังเพราะตรงไหน? เพราะตรงไหนกัน???”
“ถ้าอยากให้เข้าคู่กับอานอานจริง ๆ ชื่อจิ้งจิ้งยังเพราะกว่าผิงผิง...”
พูดไปได้ครึ่งเดียว ฉินเวยก็เพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิด
เธอรีบยกมือปิดปาก “ชื่อผิงผิงก็ได้ ผิงผิงนี่แหละ...”
ตอนนี้ผีชุดแต่งงานพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ ยังจะมาพูดเรื่องจิ้งจิ้งอะไรอีก...
ฉินเวยถึงขั้นอยากลุกขึ้นมาตบหน้าตัวเองกลางดึกจริง ๆ
เธอนี่มันไม่ใช่คนเลย...
เดี๋ยวก่อน เธอก็ไม่ใช่คนจริง ๆ นี่นา
เมื่อนึกถึงเรื่องชวนประหลาดนี้ขึ้นมา ฉินเวยก็อดยกมือกุมหน้าผากไม่ได้
คราวนี้ไม่มีเสียงคัดค้านอีก ชื่อที่เซิ่งซินเยว่ผู้ไร้พรสวรรค์ด้านการตั้งชื่อคิดขึ้นมา จึง “ผ่านมติเอกฉันท์”
ผิงผิงได้ชื่อแสนธรรมดามาอย่างลวก ๆ เซิ่งซินเยว่สบตาเธอแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “ไม่ต้องห่วง ฉันจะช่วยหาร่างของเธอให้เจอ แล้วคืนความเป็นธรรมให้เธอเอง”
เมื่อเสียงของเธอแผ่วลง ผิงผิงก็ชะงักไปเล็กน้อย รอบกายพลันปลอดโปร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
วิญญาณของเธอไม่สมบูรณ์ จึงไม่อาจสื่อสารกับคนอื่นได้ตามปกติเหมือนฉินเวยหรืออานอาน หลายเรื่องก็เข้าใจได้ไม่ครบถ้วน แต่ในเวลานี้ เธอกลับดูราวกับเข้าใจทุกอย่าง มือทั้งสองประสานกันไว้ข้างท้อง เอียงกายเล็กน้อย ย่อเข่าก้มศีรษะ ค้อมคำนับอย่างงดงาม
