หญิงสาวตัวสั่นไปทั้งร่าง “ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดอะไร ตำรวจทำคดีก็ต้องมีหลักฐาน ยิ่งคุณด้วยแล้ว!”
“ถ้าไม่มีหลักฐาน ทุกอย่างก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของคุณเอง ฉันฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทได้เลยนะ!”
เซิ่งซินเยว่ย้อนถาม “หลักฐานไม่ได้อยู่ในมือคุณหรอกหรือ?”
หญิงสาวโต้กลับโดยไม่ทันคิด “เป็นไปไม่ได้!”
พอรู้ตัวว่าปฏิกิริยาของตัวเองเกินเหตุไปหน่อย เธอก็รีบแก้คำพูด “เรื่องที่คุณพูดมาฉันไม่รู้ทั้งนั้น คุณแต่งขึ้นมาเองล้วน ๆ แล้วจะมีหลักฐานอะไรได้!”
“อีกอย่าง โทรศัพท์กับของใช้ส่วนตัวของสามีฉันก็ฝังไปพร้อมกับเขาแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว คุณจะอาศัยเรื่องพวกนี้มาใส่ร้ายเขาตามใจชอบไม่ได้!”
เซิ่งซินเยว่ปรายตามองเธออย่างเย็นชา ก่อนสายตาจะเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ชายคนนั้น
หัวใจชายหนุ่มกระตุกวูบ เขารีบขยับนั่งตัวตรง ทำสีหน้าไร้เดียงสา “เอ่อ... อาจารย์ เรื่องที่คุณพูดมาผมไม่รู้จริง ๆ นะ...”
“คุณรู้ดีเกินไปต่างหาก”
เซิ่งซินเยว่ยกมุมปาก “ทำท่าเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนดีนักหรือไง?”
“ตั้งแต่แรกคุณก็รู้แผนนี้แล้ว แถมเขายังรับปากคุณว่า ขอแค่เข้าไปในห้องได้สำเร็จ ก็จะเปิดประตูจากข้างในให้คุณ วิธีที่ดีที่สุดในการหาพันธมิตรที่ไว้ใจได้ก็คือชวนเขามาร่วมมือด้วย คุณตกลง เพราะฉะนั้นคุณก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดมาตั้งแต่แรก”
