เธอรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาอย่างฉับพลัน ความเจ็บปวดรุนแรงบิดเกร็งจากกลางอก จนแทบหมดสติไปในทันที
ไม่มีแล้ว...
ทำไมถึงไม่มีแล้วล่ะ?
ภาพความทรงจำเกี่ยวกับบิดาและพี่ชายผุดขึ้นมาตรงหน้า น้ำตาของจี้หนานไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอกัดริมฝีปากแน่น ถึงได้กลั้นเสียงสะอื้นที่จวนจะหลุดออกมาไว้ได้
ไป๋อันหนิงถอนหายใจ “หนานหนาน ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าเธอต้องรับเรื่องนี้ไม่ไหว ถึงได้ไม่อยากบอก แต่เธอก็คอยถามอยู่ได้ ฉัน... เฮ้อ”
“ให้ฉันพาไปนั่งพักตรงนั้นสักครู่ไหม?”
ฝ่ามืออุ่นชื้นของไป๋เหวินหานแนบอยู่ตรงเอวเธอแน่น อีกมือกำลังจะดึงแขนเธอ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอึดอัดจากด้านหลัง จี้หนานก็สะบัดแขนเขาออกอย่างแรงโดยไม่ทันคิด “อย่ามาแตะต้องฉัน!”
ไป๋เหวินหานไม่ทันตั้งตัว ถูกสะบัดจนเกือบยืนไม่อยู่ สีหน้าพลันไม่น่ามอง
เขาอ้าปากกำลังจะพูดบางอย่าง ทว่าก็เห็นบิดาส่งสายตาให้
เขาจึงทำได้เพียงกลืนคำพูดที่เกือบหลุดปากลงไป สีหน้ากลับเผยแววมืดครึ้มวูบหนึ่ง
ร่างของจี้หนานโงนเงน ทุกย่างก้าวราวกับเหยียบอยู่บนปุยเมฆ
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเดินมาถึงประตูได้อย่างไร จากนั้นจึงพยุงกรอบประตูแล้วค่อย ๆ ย่อตัวลง ภาพตรงหน้ายังคงมืดวูบเป็นระลอก
พ่อลูกตระกูลไป๋สบตากัน
แววตาของไป๋เหวินหานเต็มไปด้วยความร้อนรน ส่วนไป๋อันหนิงส่งสายตาบอกให้เขาใจเย็น
