เซิ่งซินเยว่พลิกโทรศัพท์คว่ำลงทันที มุมปากกระตุก “เธอโผล่ออกมาทำไม!”
ฉินเวยจุ๊ปากอย่างเสียดาย “ฉันยังดูไม่จบเลยนะ เฉิงหลีคนนี้ทึ่มจริง ๆ ไม่รู้หรือไงว่าเซี่ยจือเหยียนเห็นชัด ๆ ว่าคิดกับเธอไม่เหมือนคนอื่น”
หัวใจของเซิ่งซินเยว่ไหววูบ “อย่าพูดเหลวไหล”
“เหลวไหลตรงไหนกัน”
ฉินเวยส่ายหน้าไปมา “ซินเยว่ เธอยังเด็ก ยังไม่เข้าใจหรอก ฉันกินเกลือมาเยอะกว่าข้าวที่เธอกินเสียอีก!”
เซิ่งซินเยว่ “……”
เธอถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เธอเพิ่งมีชีวิตอยู่มาได้นานแค่ไหนกัน”
ฉินเวยเบิกตากว้าง “ฉันมีชีวิตอยู่มานานแค่ไหน เธอยังไม่รู้อีกเหรอ? ถึงฉันจะมีชีวิตอยู่ไม่นาน แต่ฉันตายมานานพอแล้วนะ!”
“อีกอย่าง อย่าลืมสิว่าฉันตายเพราะช้ำรัก ใคร ๆ ก็พูดกันว่าผู้หญิงที่เคยเจ็บเพราะความรักจะเติบโตทางความคิดเร็ว ฉันว่าน่าจะเป็นแบบฉันนี่แหละ อย่างคราวนี้ฉันก็มองออกแวบเดียวว่าเซี่ยจือเหยียนตั้งใจมาหาเธอชัด ๆ”
อานอานโผล่ศีรษะออกมาครึ่งหนึ่งจากตุ๊กตาผ้า สีหน้าซื่อ ๆ งุนงง “ช้ำรักคืออะไรเหรอ?”
ฉินเวยไม่แม้แต่จะเงยหน้า ยื่นมือไปกดเธอกลับเข้าไป “เด็กไม่รู้เรื่องก็อย่าขัดจังหวะสิ ซินเยว่ เชื่อฉันเถอะ เขาต้องคิดไม่ซื่อกับเธอแน่ ๆ แน่นอนที่สุด!”
“ฮัดเช้ย!”
เซี่ยจือเหยียนหันหน้าไปจาม
ฉินเวยสะดุ้ง สีหน้าหวาดผวา “ไม่จริงน่า ฉันเป็นผีนะ แค่พูดลับหลังเขายังรู้ได้ด้วยเหรอ?”
“เธอหุบปากไปเลย”
เซิ่งซินเยว่ทำหน้าเอือมระอา
