“หมายความว่า...ยังไง?”
ประโยคนี้พูดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งยังฟังดูชวนงุนงงอยู่บ้าง
ชุยเจ๋ออวี่ชะงักไป
เขาหันกลับไปมอง แต่เซิ่งซินเยว่ไม่มีท่าทีจะพูดอะไรต่อ เพียงยิ้มมองเขา
กลับเป็นจ้าวจงเสียงที่มีสีหน้าเคร่งเครียด เขาพูดอย่างจริงจังว่า “คุณชายชุย คุณควรทำตามที่ซินเยว่บอกจะดีกว่า”
ชุยเจ๋ออวี่มองเขาที มองเซิ่งซินเยว่ที ความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งผุดขึ้นในใจ
แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาคิดมาก ได้แต่พยักหน้ารับ “ได้ ผมจำไว้แล้ว”
จ้าวจงเสียงมองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเขา ก่อนถามอย่างกระวนกระวายทันทีว่า “ซินเยว่ ที่คุณบอกให้เขาอย่าเลี้ยวขวาตรงสี่แยก...จะเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้า “เคราะห์ถึงชีวิต”
“เคราะห์ถึงชีวิต...”
จ้าวจงเสียงสูดลมหายใจเฮือก “ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ?”
“จริง ๆ ก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก”
เซิ่งซินเยว่กล่าว “เพราะเมื่อเทียบกับเคราะห์ถึงชีวิตหลายครั้งที่อยู่ในดวงชะตาของเขา เคราะห์ครั้งนี้ก็แค่นั้นเอง”
เธอพูดอย่างสบาย ๆ แต่จ้าวจงเสียงกลับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก “เคราะห์ถึงชีวิต แถมยังมีหลายครั้งด้วยหรือ?”
“ใช่แล้ว”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้า “ชีวิตของชุยเจ๋ออวี่มีด่านเคราะห์อยู่หลายด่าน ถ้าผ่านไปได้ก็ถือว่าผ่านแล้ว หนทางหลังจากนั้นก็จะราบรื่น แต่ถ้าผ่านไม่ได้ก็ต้องตายทันที ไม่มีอืดอาดเลย สะเด็ดน้ำดีเหมือนกัน”
