เซิ่งซินเยว่ถอนหายใจอย่างจนใจ “ผู้อาวุโสเนี่ย ตอนนี้เรากำลังวิเคราะห์คดีในขั้นต้นกันอยู่ การที่แต่ละคนมีความเห็นต่างกันก็เป็นเรื่องปกติ เรามาที่นี่เพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ ไม่ใช่มาทะเลาะกันนะคะ”
“แต่ตอนนี้ฉันก็มองออกแล้วว่า คุณอยากแสดงตัวตนให้ฉันเห็นมากจริง ๆ”
“คุณชอบความรู้สึกที่มีแต่คนคอยเอาใจเป็นพิเศษใช่ไหม แบบนี้ทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจมาก แถมยังช่วยเติมเต็มความหยิ่งทะนงของคุณด้วย”
เนี่ยทงหย่วนถูกถามจนชะงักไปทันที
เขาคิดจะโต้แย้งโดยไม่รู้ตัว แต่คำพูดมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากแล้วกลับพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น
ถ้าบอกว่าไม่ใช่...แต่สิ่งที่เขาทำก็ชัดเจนว่าเป็นอย่างนั้น
แต่ถ้าบอกว่าใช่ ก็ยิ่งดูเหมือนเขาเป็นคนใจแคบเข้าไปใหญ่ไม่ใช่หรือ
ริมฝีปากของเนี่ยทงหย่วนสั่นระริก “ผม...ผมหมายความแบบนั้นเหรอ คุณอย่าเปลี่ยนเรื่องสิ ที่ผมหมายถึงคือคุณไม่มีมารยาท ไม่สนใจคำพูดของผู้ใหญ่ ไม่รู้จักเคารพคนแก่และรักเด็กต่างหาก!”
“อืม...คือว่า”
หน่าหวายกระแอม “พระจันทร์ครึ่งซีก พูดสักคำสองคำก็พอแล้ว ถึงพวกเราจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใครกันแน่ ถึงทำให้รองหัวหน้าทีมโจวแนะนำคุณอย่างเต็มที่ขนาดนี้ก็เถอะ”
“แต่ยังไงคุณก็เป็นแค่เจ้าหน้าที่นอกสังกัด เมื่อเทียบกับสมาชิกอย่างเป็นทางการพวกเราแล้ว ย่อมยังมีช่องว่างอยู่บ้าง คำพูดของผู้อาวุโสเนี่ยบางครั้งก็ฟังไม่เข้าหูจริง แต่คำหวังดีมักฟังยากนะ!”
“ดูจากหน้าตาแล้วคุณก็น่าจะอายุยี่สิบกว่า ๆ ยังเด็กอยู่จริง ๆ ต้องผ่านประสบการณ์อีกมาก ความคึกคะนองของวัยหนุ่มสาวเป็นเรื่องหนึ่ง ทุกคนก็เข้าใจได้ แต่ถ้าพูดถึงการวางตัวในสังคม คุณยังทำได้ไม่ดีพอ”
