แต่ตอนนี้เซิ่งซินเยว่ลงมือแล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าคนตระกูลจ้าวจะแก้แค้นอีก
“แค่ช่วยนิดหน่อยเอง”
เซิ่งซินเยว่กล่าว “ในเมื่อเมื่อกี้คุณบอกเองว่าเราจะพักที่บ้านคุณสักสองสามวัน ระหว่างนี้ถ้ามีคนนอกมารบกวนอยู่เรื่อย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับพวกเราเหมือนกัน”
“พูดก็ถูกนะ”
อวี้อิ่งพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “งั้นพวกคุณนั่งรอก่อนตามสบายเลย ฉันไปช่วยในครัว อีกเดี๋ยวก็ได้กินข้าวแล้ว”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนตงเป่ยทุกคนทำอะไรคล่องแคล่วว่องไวหรือเปล่า เซิ่งซินเยว่รู้สึกว่ายังนั่งได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงจากในครัวดังขึ้นว่า “ตั้งโต๊ะได้แล้ว!”
พอนั่งลงข้างโต๊ะอาหาร อาหารจานแล้วจานเล่าก็ถูกยกออกมาจากครัวไม่ขาดสาย มากเสียจนแทบไม่อยากเชื่อว่าทำเสร็จภายในเวลาอันสั้นได้ แต่ละจานยังให้มาเยอะมาก จานใหญ่กว่ากะละมังเสียอีก มองแล้วชวนตกใจอยู่ไม่น้อย
แม่ของอวี้อิ่งมองเธออย่างกระตือรือร้น “เร็วเข้า ลองชิมฝีมือป้าสิ เป็นอาหารบ้าน ๆ ทั้งนั้น อย่ารังเกียจก็พอ”
เซิ่งซินเยว่คีบอาหารชิ้นหนึ่งใส่ปากอย่างระมัดระวัง ดวงตาพลันเป็นประกาย “อร่อยมากเลยค่ะ!”
แม่ของอวี้อิ่งยิ้มหน้าบาน “จริงเหรอ? ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ สิ ดูผอมจัง แขนขาเล็กนิดเดียว แทบไม่มีเนื้อเลย”
เธอแทบอยากคีบอาหารทุกจานบนโต๊ะใส่ชามของเซิ่งซินเยว่ให้หมด มื้อนั้นเซิ่งซินเยว่กับเซี่ยจือเหยียนกินจนท้องป่อง รู้สึกเหมือนน้ำหนักขึ้นมาทันที 5 ชั่ง
