ไม่เพียงแต่มีอยู่จริง
ยังกลายเป็นจิตวิญญาณค่ายกลอีกด้วย
จิตวิญญาณศาสตราตนหนึ่งต้องผ่านอะไรมาบ้าง ถึงกลายเป็นจิตวิญญาณค่ายกลที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยแบบนี้ เซิ่งซินเยว่คิดจนหัวแทบแตกก็ยังนึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
พลังวิญญาณไหลเวียนไม่ขาดสายผ่านข้อมือของเธอ ก่อนส่งผ่านงูน้อยเข้าสู่ร่างกาย
ราวกับธารน้ำใสอันอ่อนโยนสายหนึ่งไหลผ่านเส้นลมปราณทั่วร่าง แม้แต่อาการปวดแปลบที่ขมับเป็นครั้งคราวก็ทุเลาลงไม่น้อย
เซิ่งซินเยว่ถอนหายใจอย่างสบายใจ
งูน้อยกะพริบดวงตาคู่นั้น รูม่านตาสีทองเผยแววห่วงใย
เป็นงูตัวน้อยที่ใสซื่อจริง ๆ
ถูกมองด้วยสายตาเช่นนี้ เซิ่งซินเยว่ก็อดรู้สึกผิดขึ้นมาไม่ได้
แม้พื้นที่แห่งนี้จะอันตราย แต่พลังวิญญาณกลับอุดมสมบูรณ์อย่างคาดไม่ถึง
ที่จริงแล้ว ต่อให้งูน้อยไม่ช่วยส่งพลังวิญญาณให้ ด้วยความสามารถในการฟื้นตัวของเธอ ก็ไม่น่าจะอ่อนแรงอยู่นานนัก
แต่งูน้อยก็ยังช่วยเธออยู่ดี
งูดี คนไม่ดี
เซิ่งซินเยว่ลุกขึ้นจากพื้น ใช้นิ้วชี้ลูบเขาเล็ก ๆ บนหัวมันเบา ๆ “ที่ให้ฉันอยู่ต่อ มีเรื่องอะไรอยากบอกฉันหรือเปล่า หรือว่าคุณมีจุดประสงค์อื่น?”
ดวงตาสีทองเรียวยาวคู่นั้นจ้องเธออยู่นาน จู่ ๆ ก็หันขวับ เขี้ยวแหลมสองซี่วาววับเป็นประกายเย็นเยียบ!
“ซี้ด...”
เซิ่งซินเยว่รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่นิ้วชี้อย่างฉับพลัน เธอสะบัดมือโดยสัญชาตญาณ งูน้อยจึงถูกเหวี่ยงลงพื้นไปทันที
แต่ในเวลาเดียวกัน หยดเลือดสีแดงสดก็ผุดออกมาจากนิ้วชี้และกระเด็นตามแรงสะบัด ตกลงบนพื้น
