“คุณเซิ่ง อย่ากลัวไปเลย”
พระอาจารย์จิ้งคงค่อย ๆ คลึงลูกประคำในมือ น้ำเสียงแหบพร่าฟังยาก
เขาลุกขึ้นเดินมาทางนี้อย่างเชื่องช้า กะเผลกไปข้างหนึ่ง
สายตาของเซิ่งซินเยว่ทอดลงไป แล้วก็พบว่าเขามีเท้าเพียงข้างเดียว!
ขาอีกข้างเหลือเพียงข้อเท้าเปล่า ๆ ถูกพันด้วยผ้าหนา ลากครูดไปกับพื้น
“คุณคงสงสัยมากสินะ ว่าทำไมหน้าตาผมถึงเป็นแบบนี้?”
พระอาจารย์จิ้งคงนั่งลงตรงข้ามเซิ่งซินเยว่
เซิ่งซินเยว่ตอบว่า “ฉันไม่สงสัยค่ะ”
พระอาจารย์จิ้งคง “...?”
เขาพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว คนปกติไม่ควรถามต่อไปตามน้ำหรอกหรือ!
เซิ่งซินเยว่ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ฉันแค่อยากรู้ว่า พระอาจารย์จิ้งคงอุตส่าห์วางแผนล่อฉันมาที่นี่ตั้งมากมาย คงมีเรื่องอยากพูดกับฉันใช่ไหมคะ?”
จิ้งคงถอนหายใจยาว “อมิตาภพุทธ”
“คุณเซิ่งฉลาดไม่เหมือนใครจริง ๆ เดาถูกแล้ว เครื่องรางคุ้มกายของคนพวกนั้นล้วนมาจากมือผม”
เซิ่งซินเยว่ยิ้มน้อย ๆ “ถ้าอย่างนั้น ให้ฉันเดาอีกสักเรื่องนะคะ ที่พระอาจารย์จิ้งคงทำเช่นนี้ ที่จริงก็เพราะไม่มีทางเลือก ใช่ไหมคะ?”
จิ้งคงนิ่งเงียบ
“บาดแผลบนใบหน้าของคุณไม่ได้เกิดจากเปลวไฟธรรมดา แต่ถูกไฟในใจแผดเผา ส่วนเท้าของคุณก็ถูกพลังย้อนกลับเล่นงาน เครื่องรางคุ้มกายถึงออกฤทธิ์ได้มากขนาดนั้น เพราะคุณช่วยคนพวกนั้นแบกรับเคราะห์กรรมจากการที่พวกเขาฆ่าทารกในครรภ์ไปครึ่งหนึ่ง”
“ตั้งแต่ตอนที่ฉันมาถึงก็สังเกตเห็นแล้ว พระอาจารย์ผู้บรรลุธรรมอย่างคุณสามารถส่งอิทธิพลต่อคนรอบข้างได้โดยไม่รู้ตัว สำหรับผู้บำเพ็ญในพุทธศาสนาคนอื่น ๆ การได้อยู่ใกล้คุณช่วยให้พวกเขาเข้าใจหลักธรรมได้ดียิ่งขึ้น”
