“คุณอยากถามใช่ไหมว่า ทำไมบางคนถึงไม่เป็นอะไร แต่บางคนกลับโดนเล่นงาน?”
เซิ่งซินเยว่อธิบายว่า,“ที่เรียกว่าชิงวิญญาณ ก็เพราะวิชานี้สามารถช่วงชิงพลังต่าง ๆ จากร่างกายของคนอื่นได้โดยฝืนกำลัง ไม่ว่าจะเป็นโชค สนามพลัง หรือพลังชีวิต...”
“ที่มันถูกเรียกว่าวิชามาร นอกจากเพราะเนื้อแท้ของมันคือการทำร้ายคนแล้ว ยังเป็นเพราะหลังใช้วิชา ผู้ใช้จะถูกพลังย้อนกลับเล่นงาน ยิ่งชิงวิญญาณจากคนมากเท่าไร ผู้ใช้ก็ยิ่งได้รับผลสะท้อนกลับหนักขึ้นเท่านั้น”
“แต่มีวิธีพิเศษอย่างหนึ่งที่ช่วยหลีกเลี่ยงผลสะท้อนกลับพวกนั้นได้”
เรื่องเหล่านี้จงซิวหมิงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
ถึงอย่างไรพลังวิญญาณในโลกปัจจุบันก็เหือดแห้ง ข้อมูลที่เกี่ยวข้องบางส่วนเลือนหายไปตามกาลเวลา ที่หลงเหลืออยู่ก็มีเพียงเศษเสี้ยว ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรไว้เลย
เขาถามต่ออย่างลืมตัวว่า “อะไร?”
พอถามจบถึงเพิ่งนึกได้ว่าตนกับเซิ่งซินเยว่ยังมีเรื่องบาดหมางกันอยู่ แถมยังถูกเธอชักนำให้คล้อยตามได้ง่าย ๆ เสียนี่ ในส่วนลึกของดวงตาสีน้ำเงินเข้มจึงมีแววหงุดหงิดผุดขึ้นมา
เขากระแอมเบา ๆ ก่อนเอ่ยเสียงเย็นว่า “ผมไม่ได้กำลังขอคำชี้แนะจากคุณ แค่ในฐานะผู้ปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ผมจำเป็นต้องรู้ข้อมูลอย่างละเอียด”
เซิ่งซินเยว่หัวเราะหยัน ไม่คิดจะตามใจเขาแม้แต่น้อย “ได้สิ ในเมื่อไม่ได้ขอคำชี้แนะ ฉันก็ไม่บอกคุณแล้วกัน ข้อมูลพวกนี้สูญหายไปนานแล้ว ในฐานะผู้ปฏิบัติภารกิจเหมือนกัน ฉันจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจให้คุณ แต่เรื่องพวกนี้เป็นความรู้นอกภารกิจ ฉันคงปล่อยให้คุณได้ประโยชน์ไปฟรี ๆ ไม่ได้หรอก”
