“เผลอกดงั้นเหรอ?”
พี่เหมยแทบจะโกรธจนหัวเราะออกมา “พูดแบบนี้ให้ผีฟังดูสิ คิดว่าผีจะเชื่อไหม?”
ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น ฉินเวยกับพวกพากันส่ายหน้า “ผีไม่เชื่อหรอก”
เจี่ยหมิงเม้มปาก ก่อนจะพูดอย่างไม่เต็มใจได้เพียงว่า “ถ้า... ถ้าไม่เชื่อก็ลบสิ ไม่เห็นจะส่งผลอะไรสักหน่อย”
“อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้ให้คนอื่นดูสักหน่อย ทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วย?”
“แล้วพวกเขาก็ทะเลาะกันตรงทางเดิน ทางเดินเป็นที่สาธารณะ แบบนี้จะเรียกว่าแอบถ่ายก็ไม่ได้ด้วยซ้ำ กลับกัน นี่มันห้องของฉัน โทรศัพท์ก็ของฉัน ผู้หญิงคนนี้บุกเข้ามาแล้วยังถือวิสาสะเปิดดูอัลบั้มรูปของฉัน แบบนี้ต่างหากที่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล!”
ท่าทีของเขาทำให้พี่เหมยเดือดดาลจนแทบลุกเป็นไฟ “ช่วยทำความเข้าใจหน่อย เธอกับหนิงชูอยู่บริษัทเดียวกัน! พวกเธอก็ไม่ได้อยู่สายงานเดียวกันสักหน่อย เธอถ่ายคลิปเขาไปแล้วได้ประโยชน์อะไร?”
“เดี๋ยวก่อน”
พี่เหมยพูดไปได้ครึ่งเดียวก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ น้ำเสียงยิ่งเกรี้ยวกราดกว่าเดิม “อวี๋หว่านชิงเป็นคนสั่งให้เธอทำแบบนี้ใช่ไหม?”
จู่ ๆ ได้ยินชื่อนี้ เจี่ยหมิงก็ใจเต้นวูบ “มะ... ไม่ใช่อยู่แล้ว!”
แต่สายตาของพี่เหมยแหลมคมเพียงใด แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีพิรุธ “ดีเลย! ฉันก็สงสัยอยู่ว่าข่าวลือพวกนั้นแพร่ไปเร็วขนาดนี้ได้ยังไง ที่แท้คนทรยศก็อยู่ใกล้ตัวนี่เอง!”
เซิ่งซินเยว่ลบวิดีโออย่างไม่ลังเล แถมยังล้างถังขยะจนเกลี้ยง จากนั้นก็โยนโทรศัพท์คืนให้เจี่ยหมิง ไม่คิดจะพูดกับเขาให้เปลืองคำอีกแม้แต่ประโยคเดียว
