เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหลังเซิ่งซินเยว่ ก่อนจะโห่ร้องปรบมือเป็นคนแรก “เยี่ยมเลย เยี่ยมเลย ยินดีต้อนรับพี่ชายเข้าร่วมกับพวกเรา!”
“อานอาน?”
เซิ่งซินเยว่ถาม “กลับมาแล้วเหรอ?”
“อื้อ ๆ”
อานอานพยักหน้าหงึก ๆ “ฆาตกรคนนั้นถูกคุณตำรวจพาตัวไปแล้ว! หนูก็เลยกลับมา แล้วพี่ฉินเวยล่ะ?”
“เธอยังไม่กลับมา”
เซิ่งซินเยว่เหลือบมองเวลา พอนึกถึงนิสัยของฉินเวยก็เข้าใจได้ทันทีว่าตอนนี้อีกฝ่ายคงกำลังสนุกอยู่ข้างนอก
เพราะสำหรับฉินเวยแล้ว พวกรุ่นพี่ที่ออกจากบ้านโดยไม่แปรงฟัน พออ้าปากก็พ่นคำหยาบ แถมจะต่อยกับรุ่นน้องยังต้องพกท่อเหล็กมาด้วยนั้น แทบไม่ต่างจากของเล่นเลยสักนิด
เซิ่งซินเยว่เดาไม่ผิดจริง ๆ
หนิงหย่วนชิวกับเพื่อน ๆ ยืนงงอยู่กับที่ มองพวกรุ่นพี่เริ่มถือท่อเหล็กฟาดใส่กัน
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขาถึงได้กลายจากคู่กรณีเป็นผู้ชมไปเสียอย่างนั้น
“ไอ้หนุ่มทึ่ม”
ฉินเวยมองพวกเขาที่ยืนเซ่ออยู่ ก่อนจะวูบไหวเข้าไปประชิดข้างหูเขา
หนิงหย่วนชิวรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาตรงแผ่นหลัง จู่ ๆ เสียงผู้หญิงใสกังวานแต่ฟังดูเย็นเยียบก็ดังเข้าหู “เวลาแบบนี้ รีบแจ้งตำรวจสิ!”
หนิงหย่วนชิวสะดุ้งโหยง “ใครน่ะ!”
เขาหันขวับมองไปรอบด้าน แต่บริเวณนี้จะมีผู้หญิงอยู่ที่ไหนกัน?
แล้วเมื่อกี้เขาได้ยินเสียง…
เป็นภาพหลอนงั้นเหรอ?
“มองหาอะไรอยู่?”
เพื่อนถาม
“มะ…ไม่มีอะไร”
หนิงหย่วนชิวปรับสีหน้า แต่ในหัวกลับนึกถึงคำพูดของเซิ่งซินเยว่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
