ไม่ว่าอย่างไร ภารกิจที่เธอได้รับก็คือเอาแผ่นยันต์ทั้งหมดนี้ไปแปะบนตัวคนคนนี้
“แกคิดจะทำอะไรกันแน่!”
ทั่วทั้งร่างถูกพันธนาการไว้ พลังยังถูกสะกดจนแทบขยับไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายยังไม่ทันได้ลงมือปะทะกันอย่างจริงจัง เขาก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่เสียแล้ว
เซิ่งซินเยว่กล่าวเสียงเรียบว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าคนอย่างคุณไม่ควรมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ แน่นอนว่าต้องส่งคุณไปเวียนว่ายตายเกิดใหม่”
“คุณบอกว่าไม่ควร ก็แปลว่าไม่ควรเลยหรือไง!”
ชายคนนั้นโกรธจนถึงขีดสุด “ฉันไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไรเลยด้วยซ้ำ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้?”
เซิ่งซินเยว่ยิ้ม “พูดแบบนี้ออกมาเอง ไม่รู้สึกว่าตลกหรือไง?”
ชายคนนั้นชะงัก “ใช่ ฉันยอมรับว่าคิดจะใช้ประโยชน์จากเธอ แต่ก็แค่ใช้ประโยชน์นิดหน่อยเท่านั้น ฉันไม่ได้ทำร้ายพวกเธอจริง ๆ สักหน่อย”
“ฉันก็แค่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ฉันผิดตรงไหน!”
“การมีตัวตนของคุณนั่นแหละคือความผิด”
เซิ่งซินเยว่กล่าวอย่างเย็นชา “คนเป็นที่เหมือนคนตาย อยู่กึ่งกลางระหว่างคนเป็นกับคนตาย แต่ทั้งโลกคนเป็นและโลกหลังความตายต่างก็ไม่ยอมรับ เพราะฉะนั้นพวกคุณจึงไม่มีทางใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ด้วยตัวเอง”
“อย่างตอนนี้ คุณอยากออกไปข้างนอกตอนกลางวัน ก็เลยไปหาอู๋โยวกับอันหนาน แล้วขโมยเปลวชีวิตของพวกเธอ ทำให้ไอหยินเข้าสู่ร่างกาย จนกลไกป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายพังทลาย”
