“เจียงเหย่ แค่แกส่งแกนคริสตัลมา ทุกอย่างก็ยังคุยกันได้” หัวหน้าทีมผู้สวมเสื้อเกราะกันกระสุนสีดำกล่าว
แกนคริสตัลระดับสี่ แม้เขาจะดูดซับมันโดยตรงไม่ได้ แต่ก็เอาไปขายได้ราคาดี แล้วนำเงินไปซื้อน้ำยาเพิ่มระดับพลังพิเศษได้
อย่างน้อยก็จะช่วยให้พลังพิเศษของเขาก้าวหน้าไปอีกขั้น พลังระดับสามของเขาหยุดชะงักมานานแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทะลวงไปถึงระดับสี่ให้ได้
“เจียงเหย่ แกเป็นผู้ใช้พลังสายมิติ พื้นที่เก็บของตอนนี้ก็พอใช้แล้ว ไม่จำเป็นต้องอัปเกรดอีก ส่งแกนคริสตัลมาให้ฉันเถอะ ถ้าฉันแข็งแกร่งขึ้น ทีมก็จะพัฒนาไปได้ดียิ่งขึ้น ไม่ใช่หรือไง” หัวหน้าทีมกล่าว
เจียงเหย่มีรูปร่างสูงโปร่งสง่า ขมับทั้งสองข้างไถสั้น ผมด้านบนซอยสั้นเป็นชั้น ๆ ดูยุ่งนิด ๆ แต่มีทรง
เขาหล่อเกินไป หล่อยิ่งกว่าดาราไอดอลในโทรทัศน์เสียอีก
ดวงตาเรียวยาว สีม่านตาจาง ๆ “พูดต่อสิ”
สีหน้าหัวหน้าทีมดูแย่ลงเล็กน้อย “เจียงเหย่ ถ้าระหว่างทางนี้ไม่มีพวกเราคุ้มกัน แกตายไปนานแล้ว อาศัยแค่พลังสายมิติของแกคนเดียวจะไปได้ไกลแค่ไหน ส่งแกนคริสตัลมา แล้วแกก็ยังอยู่ในทีมต่อได้”
สมาชิกทีมคนอื่น ๆ ต่างพากันพูดขึ้นมา
“เจียงเหย่ ส่งแกนคริสตัลมาเถอะ พวกเราก็พี่น้องกัน อย่าทำให้เรื่องมันน่าเกลียดเลย”
“แกเป็นผู้ใช้พลังสายมิติ จริง ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แกนคริสตัลดี ๆ แบบนี้ อย่าเห็นแก่ตัวนักเลย ยกให้คนที่ต้องการมากกว่าเถอะ”
“ผู้ใช้พลังสายมิติก็แค่คลังเก็บของเคลื่อนที่ พวกเราคุ้มกันแกอยู่ แกก็ควรสำนึกบุญคุณแล้วยกมันให้สิ”
“อ้อเหรอ? แล้วทำไมไม่เห็นพวกแกยกแกนคริสตัลที่ตัวเองเก็บมาให้คนอื่นบ้างล่ะ” สายตาเย็นชาของเจียงเหย่กวาดผ่านพวกเขา
ในทีมมีกฎว่าใครเก็บแกนคริสตัลได้ แกนคริสตัลนั้นก็เป็นของคนนั้น
สีหน้าของสมาชิกทีมดูอึดอัด พวกเขาต่างรู้กฎข้อนี้ดี เพียงแต่เมื่อเทียบกับเจียงเหย่ผู้ใช้พลังสายมิติที่ไม่มีพลังโจมตี พวกเขาย่อมเลือกหัวหน้าทีมผู้ใช้พลังเถาวัลย์ระดับสาม
แม้พวกเขาจะมีพลังพิเศษเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่แค่ระดับหนึ่งหรือสอง หากทำให้หัวหน้าทีมที่มีพลังระดับสามโกรธ ผลที่ตามมาก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะแบกรับไหว
เจียงเหย่แตกต่างออกไป เขาเป็นแค่ผู้ใช้พลังสายมิติ แถมยังเข้าทีมมาทีหลัง ตอนแรกที่ตกลงรับเขาเข้าทีม ก็เพราะเห็นว่าเขาเป็นผู้ใช้พลังสายมิติและมีเสบียงอยู่ไม่น้อย
สมาชิกทีมย่อมไม่มีทางทำให้หัวหน้าทีมพลังระดับสามขุ่นเคืองเพราะเขา
หัวหน้าทีมมองเจียงเหย่ แววเจ้าเล่ห์วาบผ่านดวงตา “เจียงเหย่ ฉันจะถามอีกครั้ง แกจะส่งมันมาให้เอง หรือจะให้พวกเราลงมือแย่ง”
ตั้งแต่เจียงเหย่เข้าทีมมา เขาก็ค่อย ๆ กลบรัศมีของหัวหน้าทีมอย่างเขาไปเสียแล้ว หลายภารกิจที่ผ่านมา เพื่อนร่วมทีมต่างเชื่อฟังเจียงเหย่มากกว่าโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่เป็นแค่ผู้ใช้พลังสายมิติ ถ้าเจียงเหยียอมเก็บหางทำตัวดี ๆ เขาก็ยังเห็นแก่ที่อีกฝ่ายพอมีประโยชน์อยู่บ้าง แล้วเมตตาคุ้มครองให้ในโลกวันสิ้นโลกนี้ได้
เมื่อครู่นี้ตอนเก็บเสบียงในห้าง ไม่รู้ว่าเจียงเหย่โชคดีอะไรนักหนา ถึงได้เก็บแกนคริสตัลระดับสี่มาได้หนึ่งเม็ด
หัวหน้าทีมจึงนั่งไม่ติดแล้ว เปิดฉากหาเรื่องทันที ถ้าเจียงเหย่ยอมส่งมา เขาก็ยังเก็บอีกฝ่ายไว้ได้สักพัก แต่ถ้าไม่ยอมส่งให้ก็ยิ่งดี ไม่ใช่แค่แกนคริสตัลระดับสี่เท่านั้น เขาจะเก็บแกนคริสตัลสายมิติในหัวของเจียงเหย่มาด้วย
สีหน้าเจียงเหย่ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มไม่ใส่ใจ
“จะมาแย่งก็ลองดูสิว่าพวกแกมีฝีมือหรือเปล่า”
“ในเมื่อแกไม่ให้เกียรติฉันที่เป็นหัวหน้าทีม ก็อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี พวกเรา ลุย!”
หัวหน้าทีมออกคำสั่ง เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ด้านหลังต่างพากันโจมตีเจียงเหย่พร้อมกัน
ทั้งพลังดิน พลังไฟ และพลังลม ล้วนเป็นพลังพิเศษระดับหนึ่งหรือสอง
แต่การโจมตีแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับจัดการผู้ใช้พลังสายมิติที่ไม่มีพลังโจมตี
“น่าเสียดาย เดิมทีฉันยังคิดจะปล่อยพวกแกไว้อีกสักพัก” เจียงเหย่สะบัดมือ ม่านน้ำสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้า สกัดการโจมตีทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาเป็นผู้มีพลังพิเศษสองสายด้วยอย่างนั้นหรือ
เจียงเหย่ขยับนิ้ว สายน้ำพุ่งขึ้นมาจากพื้น เปียกรองเท้าของคนที่เพิ่งโจมตีเขา
จากนั้นน้ำแข็งก็เริ่มเกาะจากเท้า ลุกลามขึ้นไปตามร่างกายอย่างรวดเร็ว
หลายคนเบิกตากว้าง มองดูตัวเองกำลังจะถูกแช่แข็งทั้งร่างด้วยความหวาดกลัว พวกเขากระตุ้นพลังพิเศษในร่าง แต่กลับพบว่าไม่มีประโยชน์ เห็นได้ชัดว่าพลังพิเศษของอีกฝ่ายสูงกว่าพวกเขาหลายระดับ
“หัวหน้า ช่วยด้วย!”
“ช่วยพวกเราด้วย!”
รูม่านตาของหัวหน้าทีมสั่นไหว เขาเป็นผู้ใช้พลังน้ำระดับหก!
ระดับหก เขาไม่เคยพบผู้ใช้พลังพิเศษที่มีระดับสูงขนาดนี้มาก่อน
พลังน้ำที่ควรจะอ่อนโยน กลับควบคุมน้ำให้กลายเป็นน้ำแข็ง ใช้เป็นอาวุธสังหารอันทรงพลังได้
นี่คือพลังของผู้ใช้พลังระดับหกอย่างนั้นหรือ
ส่วนเขาเพิ่งอยู่ระดับสามเท่านั้น
เสียงร้องขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัวหยุดลงฉับพลัน บนถนนมีรูปปั้นน้ำแข็งรูปร่างคนเพิ่มขึ้นมาหลายรูป ส่งไอเย็นออกมาท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้า
“จัดท่าได้สวยดีนี่”
หัวหน้าทีมเบิกตาขึ้นเล็กน้อย เขากำลังยิ้มอยู่! เขาคิดว่าชีวิตคนเป็นอะไรกัน
เจียงเหย่ดีดนิ้ว รูปปั้นน้ำแข็งรูปร่างคนหลายรูปก็ระเบิดแตก เศษน้ำแข็งกระจายเกลื่อนพื้น
มีผลึกแวววาวหลายเม็ดปะปนอยู่ในนั้น
วิธีฆ่าคนแบบนี้ทั้งเด็ดขาดและรวดเร็ว โดยไม่เห็นเลือดสักหยด
ถึงกับไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นคาวเลือดจะดึงดูดฝูงซอมบี้จำนวนมากเข้ามา
เจียงเหย่เก็บแกนคริสตัลสี่เม็ดขึ้นมา แต่ละเม็ดมีขนาดเท่าเล็บมือและส่องประกายอยู่บนฝ่ามือ
เขาหยิบแกนคริสตัลเม็ดหนึ่งขึ้นมาส่องกับแสงอาทิตย์ มันเปล่งประกายระยิบระยับ
เจียงเหย่โยนแกนคริสตัลขึ้น ก่อนเก็บกลับลงฝ่ามือ จากนั้นมองหัวหน้าทีมที่ยืนอึ้งแล้วยิ้มกล่าวว่า “รู้ไหม? พวกแกเป็นทีมที่สิบเก้าแล้ว”
หัวหน้าทีมมองเจียงเหย่ราวกับกำลังมองปีศาจ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เสียงสั่นเล็กน้อย
“แกคือผู้เก็บเกี่ยวที่คนเขาเล่าลือกันจนใครได้ยินก็ขวัญผวา คอยแฝงตัวเข้าไปในทีมผู้มีพลังพิเศษ แล้วฉวยโอกาสตอนเพื่อนร่วมทีมไม่ทันระวัง เก็บเกี่ยวแกนคริสตัลของพวกเขา”
“เดิมทีฉันคิดว่าทีมพวกแกจะอยู่ได้นานกว่านี้เสียอีก ที่ไหนได้ แค่สัปดาห์เดียวก็ไม่ไหวแล้ว ไม่น่าสนุกเลย”
สีหน้าหัวหน้าทีมดำทะมึน เขาพูดว่าสนุก เขาฆ่าผู้มีพลังพิเศษไปมากมายขนาดนี้ เพียงเพื่อความสนุกเท่านั้นเอง
เข้าไปอยู่ในทีมผู้มีพลังพิเศษ ปกปิดพลังที่แท้จริง แล้วหลอกพวกเขาทีละคนราวกับเห็นพวกเขาเป็นลิง
พอเล่นจนเบื่อก็ฆ่าพวกเขาแล้วเก็บเกี่ยวแกนคริสตัล
พลังน้ำระดับหกของเขา เกรงว่าคงอาศัยแกนคริสตัลที่ได้มาจากวิธีสกปรกเพื่อเลื่อนระดับสินะ
เจียงเหย่เห็นความโกรธแค้นอย่างรุนแรงในแววตาหัวหน้าทีม จึงหัวเราะเบา ๆ สองสามครั้ง “แกจะมาแย่งแกนคริสตัลของฉันไม่ใช่หรือไง ทำไมกลายเป็นแกที่โกรธเสียเองล่ะ คนที่ควรโกรธก็ควรเป็นฉันไม่ใช่หรือ”
“ต่ำช้าไร้ยางอาย ใช้วิธีสกปรกแบบนี้จัดการพวกเรา ถ้าแน่จริงก็ไปฆ่าซอมบี้สิ เอาแต่จัดการพวกเดียวกันเองแบบนี้จะเรียกว่าเก่งได้ยังไง”
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ฉันรู้สึกว่าซอมบี้ยังน่ารักกว่าพวกมนุษย์อย่างพวกแกเสียอีก” เจียงเหย่ยักไหล่
“ถ้าอย่างนั้นแกก็เปลี่ยนเป็นซอมบี้ไปอยู่กับพวกมันสิ จะมาทำร้ายพวกเราทำไม”
“อืม... เป็นความคิดที่ไม่เลวเลย” รอยยิ้มบนมุมปากของเจียงเหย่ค่อย ๆ กว้างขึ้น “แต่ก่อนหน้านั้น ฉันต้องจัดการแกก่อน”
สีหน้าหัวหน้าทีมเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาโจมตีโดยไม่ลังเล เถาวัลย์สีเขียวพุ่งขึ้นมาจากพื้นแล้วรัดเข้าใส่เจียงเหย่
เจียงเหยกางฝ่ามือ หมุดน้ำแข็งสิบอันปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือ แล้วพุ่งออกไปตามการสะบัดมือของเขา
หมุดน้ำแข็งแทงทะลุเถาวัลย์ เถาวัลย์กลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา เศษน้ำแข็งแตกกระจายเต็มพื้น ส่วนหมุดน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าหาหัวหน้าทีมด้วยความเร็วราวสายฟ้า
หัวหน้าทีมรีบเสกโล่ที่ถักขึ้นจากเถาวัลย์ในมือ พยายามสกัดการโจมตีของหมุดน้ำแข็ง
แต่ระดับสามปะทะระดับหก ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาไข่ไปกระแทกหิน ไม่มีทางชนะได้เลย
โล่เถาวัลย์ต้านไว้ได้ไม่ถึงไม่กี่วินาที ก็แตกกระจายกลายเป็นเศษน้ำแข็ง
หมุดน้ำแข็งทั้งหมดทะลุเสื้อเกราะกันกระสุนแล้วฝังเข้าไปในร่างของหัวหน้าทีม
“ฉึก...”
“อึก...”
ไม่มีเลือดไหลออกจากบาดแผลแม้แต่น้อย เพราะน้ำแข็งเริ่มลุกลามจากบาดแผล เลือดจึงถูกแช่แข็งไปด้วย
น้ำแข็งลุกลามไปทั่วร่าง แช่แข็งดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ลามขึ้นเหนือศีรษะจนเขากลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งอย่างสมบูรณ์
เจียงเหย่มองหัวหน้าทีมที่ถูกแช่แข็ง ชื่นชมสีหน้าหวาดกลัวของอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะอย่างวิปริตแล้วดีดนิ้ว
“ปัง...” ก้อนน้ำแข็งแตกกระจายเต็มพื้น
แกนคริสตัลเม็ดหนึ่งส่องประกายอยู่บนพื้น
เจียงเหย่เดินเข้าไปเก็บแกนคริสตัลขึ้นมา มันเป็นแกนคริสตัลระดับสาม
ยิ่งระดับสูงขึ้น ความเร็วในการเลื่อนระดับก็ยิ่งช้าลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังต้องใช้แกนคริสตัลมากขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงเหย่เล่นแกนคริสตัลห้าเม็ดบนฝ่ามือแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
“ดูท่าคราวหน้าฉันต้องหาทีมผู้มีพลังพิเศษที่มีคนเยอะกว่านี้ จะได้เก็บเกี่ยวได้มากขึ้นในครั้งเดียว”
เสียงต่อสู้เมื่อครู่นี้ดึงดูดซอมบี้รอบ ๆ ให้เข้ามา ตอนนี้พวกมันกำลังล้อมเจียงเหย่เข้ามา
“แฮ่...”
“โฮก...”
ศพเดินได้แต่ละร่างอ้าปากกว้างส่งเสียงคำราม กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งออกมาจากร่างที่กำลังเน่าเปื่อย
ถึงกับมองเห็นหนอนแมลงวันยั้วเยี้ยอยู่บนนั้น
พวกนี้ล้วนเป็นซอมบี้ระดับต่ำที่สุด
ซอมบี้ก็เหมือนมนุษย์ ในหมู่พวกมันมีบางส่วนที่ปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ และยิ่งระดับสูง รูปร่างของซอมบี้ก็ยิ่งใกล้เคียงมนุษย์
ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับสูงสุดที่เจียงเหย่เคยพบคือระดับสี่ แกนคริสตัลระดับสี่ในมือเขาก็ได้มาจากการฆ่ามัน
ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับสี่นั้น อย่างแรกเลยคือรูปลักษณ์ภายนอกไม่เหมือนซอมบี้ระดับต่ำพวกนี้ที่มีร่างกายเน่าเปื่อย
แขนขาของมันก็ไม่แข็งทื่ออีกต่อไป เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และเริ่มมีสภาพใกล้เคียงมนุษย์
พลังโจมตีของซอมบี้กลายพันธุ์ระดับสี่สามารถฆ่าผู้มีพลังพิเศษที่ต่ำกว่าระดับสามได้อย่างง่ายดาย
เมื่อซอมบี้มีระดับสูงกว่าเก้า จนถึงระดับ S ขึ้นไป พวกมันอาจฟื้นคืนสติ พูดได้ และถึงขั้นปลอมตัวเป็นมนุษย์โดยไม่มีใครจับได้
ในดวงตาของเจียงเหย่มีแววตื่นเต้นซ่อนอยู่ เขาแทบรอไม่ไหวที่จะจับซอมบี้ระดับ S มาลองเล่นสักตัว
ต้องสนุกกว่ามนุษย์แน่ ๆ
เพียงแต่วันสิ้นโลกเพิ่งผ่านมาแค่หนึ่งปี อย่าว่าแต่ซอมบี้ระดับ S เลย คาดว่าซอมบี้ระดับห้าก็คงมีอยู่เพียงไม่กี่ตัว
“แฮ่...”
ซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่เจียงเหย่ อ้าปากกัดลงบนไหล่ของเขา
เจียงเหย่เบี่ยงตัวหลบ แต่ซอมบี้อีกสามสี่ตัวรอบข้างก็พุ่งเข้าใส่เขาต่อเนื่องกัน
เขาแบมือออก ทันใดนั้นดาบถังที่สร้างจากน้ำก็ปรากฏขึ้น จากนั้นถูกแช่แข็ง กลายเป็นดาบถังใสแวววาวอยู่ในมือของเจียงเหย่
การสร้างวัตถุขึ้นจากรูปร่าง นี่คือพลังของผู้ใช้พลังน้ำระดับหก
“ฉึก... ฉึก...”
คมดาบแหลมคมอย่างยิ่ง ถึงกับเกิดประกายคมกริบขึ้นมา ส่องแสงเจิดจ้าท่ามกลางแดด
“ปัง... ปัง...”
ซอมบี้สามสี่ตัวที่พุ่งเข้าใส่เจียงเหย่ถูกฟันขาดด้วยดาบน้ำแข็งของเขาทั้งหมด
ไม่มีเลือดสักหยดกระเซ็นออกจากบาดแผล เพราะมีน้ำแข็งบาง ๆ ก่อตัวปิดไว้
หลังจัดการซอมบี้ที่เข้ามาประชิดได้แล้ว ดาบน้ำแข็งในมือเจียงเหย่ก็สลายไป จากนั้นเขาสะบัดมือ สายน้ำแผ่กระจายออกไปตามพื้นโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
เหล่าซอมบี้ที่กำลังแยกเขี้ยวกางเล็บพุ่งเข้าหาเขา ถูกแช่แข็งที่เท้าทันที ก่อนน้ำแข็งจะลุกลามไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
(น้องจิ่วจิ่ว อันตราย รีบหลบเร็ว!)
แต่เถียนจิ่วที่ตามหลังฝูงซอมบี้กลับยิ่งเบียดไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น
อย่าแย่งกัน อย่าแย่งกัน ให้ฉันตายก่อน!
จู่ ๆ เท้าของเถียนจิ่วก็ขยับไม่ได้ พอก้มลงมองก็เห็นว่าเท้าทั้งสองข้างถูกน้ำแข็งจับจนแข็ง แล้วน้ำแข็งก็กำลังลุกลามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
อาเป่าร้อนใจจนร้องลั่น (น้องจิ่วจิ่ว ก่อนหน้านี้เธอไม่ยอมทำภารกิจเพื่อหาแต้มเลย พอไม่มีแต้มก็แลกคะแนนทักษะไม่ได้! พวกเราจบเห่แล้ว!)
จบเห่แล้ว!
คำนี้ทำให้เถียนจิ่วดีใจสุด ๆ อย่างเห็นได้ชัด
เธอเผยรอยยิ้มหวาน มือหนึ่งถือร่ม อีกมือจับชายกระโปรง จัดท่าให้สวยงาม ปล่อยให้ตัวเองถูกแช่แข็งจนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งที่แผ่ไอเย็นอยู่ท่ามกลางแดดจ้า
แม้แต่ร่มที่กางอยู่เหนือศีรษะก็ยังถูกแช่แข็ง เธอดูราวกับงานศิลปะรูปปั้นน้ำแข็งอันงดงาม
เมื่อเทียบกับรูปปั้นน้ำแข็งของซอมบี้รอบ ๆ ที่แยกเขี้ยวกางเล็บและมีรูปลักษณ์น่าเกลียด ก็ยิ่งเห็นความแตกต่างชัดเจน
เถียนจิ่ว: ตายทั้งทีก็ต้องตายให้สวย
อาเป่า: หา!?
