ไม่กี่นาทีต่อมา หยวนจิ่งเดินลงมาจากชั้นบน พอเห็นซูจิ่น แววเย็นชาในดวงตาก็จางลงไปไม่น้อย
“คุณซูมาหาผม มีธุระอะไรหรือครับ?”
ซูจิ่นตอบว่า “มาคุยเรื่องธุรกิจกับคุณ”
ชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ “…………” มาคุยธุรกิจกับคุณชายสามเนี่ยนะ?
กล้าบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!
ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณชายสามกุมอำนาจทั้งตระกูลหยวน ส่วนอิทธิพลของตระกูลหยวนนั้นลึกล้ำจนหยั่งถึง
ธุรกิจของตระกูลหยวนแผ่ขยายไปทั่วโลก...
จะมาคุยธุรกิจกับคุณชายสาม...คงมีแต่คนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเท่านั้นแหละที่พูดออกมาได้!
หยวนจิ่งเลิกคิ้วเล็กน้อย “หยวนชี ออกไปเฝ้าข้างนอก”
หยวนชี “???” เขามองซูจิ่นอย่างงุนงง แล้วหันไปมองหยวนจิ่ง ก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก
เด็กสาวอายุแค่นี้ จะมีธุระเป็นเรื่องเป็นราวอะไรได้กัน
ข้อมูลที่เพิ่งตรวจสอบได้ก็ส่งให้คุณชายสามแล้ว ซูจิ่นคนนี้มาจากชนบท ไม่ได้รับการศึกษาที่ดี แถมยังไม่รู้จักมารยาท ตอนนี้ก็ยังหน้าด้านเข้ามาพัวพัน เห็นชัด ๆ ว่าหมายตาคุณชายสามของเขา!
คุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็หลงใหลคุณชายสามกันทั้งนั้น แต่ยังรู้จักรักษาหน้าตา ไม่มีใครตามตื๊อไม่เลิก หรือกล้าถึงขั้นบุกมาถึงบ้านแล้วอ้างเรื่องคุยธุรกิจหรอก...
หยวนชีหน้าบึ้งตึง
เขาบ่นในใจว่าอีกไม่เกินสองนาที ซูจิ่นคงทำให้คุณชายสามโกรธ แล้วถูกไล่ออกมา ถึงตอนนั้นก็คงได้ร้องไห้กระจองอแง!
หยวนจิ่งถามว่า “คุณซูอยากคุยธุรกิจอะไรครับ?”
ซูจิ่นกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะล้วงยันต์แผ่นหนึ่งออกมาจากถุงผ้าสีเทา
