ตระกูลลู่แห่งเมืองหลวงมีฐานะสูงส่งเพียงใด ซูจิ่นไม่รู้ แต่เหยาเยว่พอจะรู้มาบ้าง
มีตระกูลลู่คอยหนุนหลัง ซูจิ่นจะเดินกร่างไปทั่วชิงเฉิงก็ยังได้! ต่อให้พลิกชิงเฉิงจนทั่วก็ไม่เป็นไร
แม้ต่อไปซูจิ่นจะไปเมืองหลวง ก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น!
เหยาเยว่ทอดถอนใจในใจ หากเล่าเรื่องนี้ให้ซูเจิ้งกวงฟัง คาดว่าเขาคงคิดว่าเธอเพ้อฝัน
พอนึกถึงซูเจิ้งกวงที่หัวไม่ค่อยดี เหยาเยว่ก็อดรู้สึกขุ่นเคืองไม่ได้ ไม่รู้ว่าชาติก่อนซูเจิ้งกวงทำบุญอะไรไว้ ชาตินี้ถึงมีลูกสาวที่เก่งกาจขนาดนี้!
ชวนให้อิจฉาจริง ๆ!
ซูจิ่นยังไม่รีบรับของขวัญล้ำค่าจากคุณนายลู่ “คุณนายลู่ รอสักครู่นะคะ”
เธอหันไปหยิบธูปสามดอก เดินมาหยุดตรงหน้าป้ายบรรพจารย์ จุดธูปแล้วเอ่ยเสียงใส “จะรับของขวัญชิ้นนี้ดีไหม ขอให้บรรพจารย์ชี้แนะด้วยค่ะ”
คุณนายลู่ ลู่จือหนิง และคนอื่น ๆ ยืนอยู่ข้าง ๆ มองท่าทางของซูจิ่นอย่างตั้งใจ
เห็นเพียงควันจากธูปสามดอกลอยขึ้นช้า ๆ
มุมปากซูจิ่นยกเป็นรอยยิ้ม “ขอบคุณบรรพจารย์ค่ะ”
เมื่อได้รับคำชี้แนะ ซูจิ่นก็กลับไปหาคุณนายลู่อย่างอารมณ์ดี “บรรพจารย์ของฉันบอกว่ารับของขวัญชิ้นนี้ได้ค่ะ!”
ถ้าเป็นคนอื่นได้ยินซูจิ่นพูดแบบนี้ คงคิดว่าเธอกำลังพูดจาเหลวไหล หาข้ออ้างส่งเดชเพื่อรับของขวัญล้ำค่าชิ้นนี้
แต่หลังจากเจอเรื่องเมื่อคืน ลู่เจาอี้กับคนอื่น ๆ ต่างไม่สงสัยคำพูดของซูจิ่นเลยแม้แต่น้อย!
