หยวนจิ่งปรายตามองลู่จือหนิงด้วยสายตาเย็นชา “หุบปาก!” ริมฝีปากบางขยับเอ่ยสองคำอย่างเย็นเยียบ
ลู่จือหนิงลูบจมูกแก้เก้อ ถึงจะถูกสั่งให้หุบปาก แต่ความจริงก็วางอยู่ตรงหน้า บุคคลเก่งกาจอย่างซูจิ่นจะคู่ควรกับคนธรรมดาสามัญที่ไหนกัน?
ถึงคุณชายสามหยวนจะมีทั้งอำนาจและเงินทอง แต่ผู้สูงส่งนอกโลกอย่างซูจิ่นจะเห็นเงินไม่กี่เหรียญในมือเขาอยู่ในสายตาหรือ?
หยวนจิ่งแค่นเสียง ก่อนจะอุ้มกระจกทองแดงเดินไปห้องข้าง ๆ
ลู่จือหนิงรีบตามไป ส่วนฉู่หลินวิ่งนำไปก่อนแล้ว เขาตรงไปยังห้องข้าง ๆ ทันที
ห้องข้าง ๆ
ลู่เจาอี้ยืนถือโทรศัพท์นิ่งงันอยู่ตรงนั้น
จู่ ๆ ก็มีเด็กสาวหน้าตาสะสวยโผล่มาในห้องของเขา แถมแววตาของเธอยังดูดุอยู่หน่อย ๆ
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือเธอเข้ามาได้ยังไง?
หรือว่าเธอ...จะเหมือนเสี่ยวหลิง? ยังสาวขนาดนี้ แต่กลับเป็นผีเหมือนกันเหรอ?
ถัดมา ลู่เจาอี้ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ประตูห้องก็ถูกใครบางคนถีบเปิดอีกครั้ง เสียงดังไม่มาก แต่ก็ไม่เบา
ลู่เจาอี้งงไปหมด
เขามองไปทางประตูอย่างตกตะลึง
“คุณ...?” ลู่เจาอี้อ้าปาก “ผมเคยเจอคุณที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?”
ฉู่หลินก้าวยาว ๆ เข้าไป ก่อนแนะนำตัวตรง ๆ “ลู่จือหนิงเป็นลูกพี่ลูกน้องของผม” หลายปีมานี้เขาไม่ได้ไปตระกูลลู่ ลู่เจาอี้จึงจำหน้าตาของเขาได้ไม่ค่อยชัด
พอได้ยินดังนั้น ลู่เจาอี้ก็เข้าใจขึ้นมาทันที อีกฝ่ายคือคุณชายจากตระกูลฉู่แห่งชิงเฉิง และยังเป็นหลานชายของพี่สะใภ้เขาด้วย
