เหยาเยว่กำลังรอคอยอย่างตื่นเต้นว่าจะได้ทำเงินก้อนโต
แต่แล้วก็ได้ยินอาจิ่นของเธอพูดอย่างจริงจังว่า “กระดาษยันต์แบบนี้ ไม่จำเป็นต้องซื้อเยอะขนาดนั้น”
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าไม่ได้เจออันตราย กระดาษยันต์แผ่นเดียวก็พกติดตัวได้นานหลายปี
มีแต่เด็กโชคร้ายอย่างฉู่หลินเท่านั้น ถึงได้ใช้กระดาษยันต์ไปหลายแผ่นติด ๆ กัน
ซูจิ่นกวาดตามองคนเหล่านั้นอย่างสงบนิ่ง
เธอลุกขึ้นแจกยันต์ป้องกันตัวรุ่นอัปเกรดให้พวกเขาคนละแผ่น
“ยันต์แผ่นละ 400 หยวน จ่ายได้หลายช่องทางค่ะ” เธอชี้ไปยังคิวอาร์โค้ดรับชำระเงินและช่องทางโอนเงินบนแผงขายของ
เดิมทีคนเหล่านั้นเตรียมใจจะจ่ายเงินก้อนใหญ่แล้ว ใครจะคิดว่าเธอจะขายให้แค่คนละแผ่น แถมคิดเงินเพียง 400 หยวน...
รายได้เฉลี่ยต่อนาทีของพวกเขายังมากกว่าเงินจำนวนนี้เสียอีก
ทั้งกลุ่มสบตากันไปมาอยู่ครู่หนึ่ง
พวกเขารับยันต์ไป จ่ายเงินแล้ว แต่กลับยังไม่รีบร้อนจากไป
“งั้นให้ดูดวงอีกสักครั้งไหม?” อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกลเพื่อมาที่นี่ กลับจ่ายไปแค่ 400 หยวน? ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าใช้เงินน้อยเกินไป
ซูจิ่นมองคนที่เอ่ยขึ้นมา “ฉันกับคุณไม่มีวาสนาต่อกัน ไม่ดูดวงให้ค่ะ”
คนเหล่านั้น “…………”
มีเงินอยู่ในมือแต่ใช้ไม่ออก เรื่องนี้ชวนให้หงุดหงิดจริง ๆ...
ส่วนเหยาเยว่กลับจ้องคนเหล่านั้นพลางครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง พวกเขาล้วนเป็นนักธุรกิจมากฝีมือ ที่วิ่งมาซื้อยันต์ก็น่าจะเพราะเห็นแก่คุณชายสามหยวน
เหยาเยว่คิดไม่นานก็เข้าใจ
อย่างไรเสีย หลังจากฉู่หลิน เจ้าหนูน้อยจอมแสบคนนั้นช่วยประชาสัมพันธ์ ต่อให้ดึงลูกค้ามาได้ ก็คงมีแต่ลูกเศรษฐีรุ่นสองแบบเดียวกับเขา
