ซูจิ่นส่งสายตาบอกฉู่หลินว่าไม่ต้องห่วง
ฉู่หลินก็หายร้อนใจทันที!
บางทีปรมาจารย์ซูก็อาจแอบได้หลักฐานสำคัญอะไรมาแล้วก็ได้!
ส่วนซูอวิ๋นยืนกรานว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ ฉู่หลินยังอยากลงมืออยู่ก็จริง แต่เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะกดผู้หญิงลงกับพื้นแล้วซ้อมไม่ยั้ง เรื่องนี้คงต้องรอให้พ่อของฉู่หลินกลับมาจัดการ!
ฉู่หลินเชิญซูจิ่นเข้าไปในบ้านตระกูลฉู่ ทั้งขนมและผลไม้ถูกยกมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
ซูจิ่นอารมณ์ดีขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่นับเรื่องซูอวิ๋นแล้ว การมาบ้านตระกูลฉู่ครั้งนี้ก็ทำให้เธอมีความสุขไม่น้อย
ฉู่หลินรู้ใจคนจริง ๆ
ซูอวิ๋นกุมแก้มข้างที่ถูกตบไว้ พลางมองฉู่หลินที่คอยเดินวนเวียนอยู่ข้างซูจิ่นราวกับลูกสมุนอย่างเคียดแค้น
พอพ่อของฉู่หลินกลับมา เธอจะต้องสั่งสอนตัวก่อเรื่องนี่ให้ดี!
คุณหนูที่พลัดหลงไปอยู่ข้างนอกตั้งหลายปี กล้ามาวางท่าใส่เธอด้วยงั้นเหรอ? ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ!
พ่อของฉู่หลินรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้รับโทรศัพท์จากฉู่หลิน แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าฉู่หลินโทรมาด้วยน้ำเสียงแบบนั้น แปลว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นที่บ้านแน่นอน
เขาวางงานในมือแล้วรีบกลับไปที่บ้านตระกูลฉู่
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ซูอวิ๋นก็ร้องไห้กระซิก ๆ แล้วโผเข้าไปหาพ่อของฉู่หลิน
เธอเริ่มฟ้องทันที โดยไม่รอให้เขาถาม
แน่นอนว่า การฟ้องร้องเรียกความเห็นใจก็ต้องมีชั้นเชิงเหมือนกัน
“ฉันอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ คุณหนูซูคนนี้พอมาถึงบ้านตระกูลฉู่ก็พูดจาเหลวไหล ฉู่หลินไม่รู้ว่าโดนเธอปั่นหัวหรือเปล่า ถึงได้ปักใจว่าฉันคิดจะทำร้ายเขา แต่ฉันจะทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไงคะ?”
