ซูจิ่นง่วนอยู่ในห้องพักใหญ่
ในที่สุดก็วาดยันต์ที่ต้องการได้สำเร็จ
เธอมองกระดาษยันต์ที่เพิ่งวาดเสร็จ อารมณ์ดีจนอดพึมพำกับปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งไม่ได้ “ปรมาจารย์ วันนี้ฉันเจอคนประหลาดคนหนึ่ง ดวงชะตาของเขาถูกเปลี่ยน อาจารย์บอกเสมอว่าการฝืนชะตาฟ้าคือข้อห้ามร้ายแรง มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้
คิดดูแล้ว คนที่เปลี่ยนดวงชะตาให้เขาอยู่เบื้องหลังคงเก่งมาก แถมยังไม่กลัวผลกรรมด้วย!
ยันต์แผ่นนี้ ฉันจะช่วยต้านพลังมรณะให้เขาไปก่อนแล้วกัน!”
ซูจิ่นพกยันต์ติดตัว เตรียมจะออกจากห้อง แต่พอหันกลับไปก็เห็นป้ายบูชาบรรพาจารย์ล้มดังแปะ
ซูจิ่น “...?”
ซูจิ่นเดินเข้าไปตั้งป้ายบูชาให้เรียบร้อย “ปรมาจารย์วางใจได้ ยันต์ของฉันไม่ได้ให้เขาฟรี ๆ หรอก! ฉันมีภารกิจใหญ่ต้องหาเงิน ยันต์แผ่นนี้เขาต้องเอาเงินมาแลกถึงจะได้ไป!”
เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์เลิกงอแงแล้ว ซูจิ่นก็เดินลงไปชั้นล่างอย่างร่าเริง
เธอเพิ่งมาถึงห้องรับแขก ยังไม่ทันได้ทักเหยาเยว่ที่อยู่ในนั้น ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาถึงบ้านตระกูลซูเสียก่อน
หน้าประตูบ้านตระกูลซู
ชายหนุ่มคนหนึ่งชี้หน้าประตูบ้านตระกูลซูแล้วด่ากราด “ซูจิ่น! ออกมาเดี๋ยวนี้! ยัยบ้านนอกอย่างเธอมันไม่มีมารยาทจริง ๆ ไปพูดจาเหลวไหลอะไรต่อหน้าพ่อฉัน! นังผู้หญิงสารเลว คิดจะทำลายความสัมพันธ์ของพ่อแม่ฉันจนบ้านตระกูลสวี่วุ่นวายไปหมด ออกมาเลยนะ ดูสิว่าฉันจะจัดการเธอยังไง!”
เหยาเยว่ชะงักไป ก่อนจะเดินออกไปดู แล้วก็เข้าใจว่าคนนี้น่าจะเป็นลูกชายของสวี่เฉิงเฟิง
เธอครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคำพูดของซูจิ่นเมื่อวานทำให้บ้านตระกูลสวี่เกิดเรื่องขึ้น
คุณชายรองสวี่เห็นเหยาเยว่
ก็รีบพูดว่า “คุณนายซู ผมก็ไม่อยากให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้หรอก แต่พ่อผมดันเชื่อคำพูดเหลวไหลของซูจิ่น เช้านี้ก็ยืนกรานจะลากผมไปตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อกับลูก ทำให้แม่ผมทะเลาะกับเขาจนพลัดตกบันได ตอนนี้ยังนอนอยู่โรงพยาบาลเลย! ถ้าวันนี้ซูจิ่นไม่ให้คำอธิบายกับผม ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
เหยาเยว่ไม่คิดเลยว่าคำพูดแค่ประโยคเดียวของซูจิ่นจะทำให้บ้านตระกูลสวี่เกิดเรื่องแบบนี้ แต่ตอนนี้ซูจิ่นก็รับแรงกระทบกระเทือนไม่ไหว
อีกอย่าง พูดกันตามตรง เรื่องนี้พวกเธอก็เป็นฝ่ายผิด จึงได้แต่ปลอบเขาว่า “ฉันจะไปโรงพยาบาลกับคุณเพื่อดูอาการแม่ก่อน...”
“จะไปดูอะไร? ห้ามไป!” ซูจิ่นปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดูไม่พอใจนัก
แววตากระจ่างใสของเธอกวาดมองใบหน้าคุณชายรองสวี่ “ดูยังไงก็เป็นดวงต้องเข้าคุก!”
คุณชายรองสวี่ “...?”
เขาก้าวขึ้นมาหมายจะลงมือ
แต่ถูกซูจิ่นตวาดห้ามไว้ “ห้ามเดินเข้ามา! อย่ามาทำให้ธรณีประตูบ้านตระกูลซูสกปรก!”
ซูจิ่นกล่าวว่า “ดูโหงวเฮ้งก็รู้แล้วว่าคุณเคยทำเรื่องชั่วอะไรมาบ้าง คุณไม่เพียงเอาแต่เกียจคร้าน ยังจิตใจชั่วร้าย เป็นคนเลวเต็มตัว ระหว่างคิ้วมีไอหมอกดำพันอยู่ไม่ใช่แค่เส้นเดียว มือของคุณคงเปื้อนเลือดคนมาไม่น้อยกว่าหนึ่งชีวิต!”
ซูจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางยกมือขึ้นนับนิ้วคำนวณอีกครั้ง
แววตาพลันเย็นเยียบลง “มือคุณมีคนตายสามชีวิต หนึ่งในนั้นเกี่ยวพันกับสายเลือดของคุณเอง แม้แต่ลูกตัวเองก็ยังไม่เว้นหรือ? ช่างเดรัจฉานยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก!”
ใบหน้าที่ดูไม่น่ามองของคุณชายรองสวี่พลันซีดขาวราวกระดาษ!
เธอ...เธอ...เธอเป็นตัวประหลาดอะไรกันแน่?
ทำไมถึงพูดถูกหมดเลย?
แต่เรื่องที่เขาเคยทำ ไม่มีทางมีคนนอกรู้เด็ดขาด!
เขาจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วแท้ ๆ!
ในสถานการณ์เช่นนี้ คุณชายรองสวี่ที่ก่อนหน้านี้บุกมาอย่างเกรี้ยวกราดก็พลันหงอขึ้นมา
เขาได้แต่แก้ตัวตะกุกตะกักว่า “เธอพูดเหลวไหล!” ฟังดูไร้เรี่ยวแรง เห็นชัดว่าใจไม่ดีเอามาก ๆ!
ซูจิ่นยิ้มให้เขา “มีคนโทรหาคุณแล้ว ยังไม่รับอีกเหรอ?”
คุณชายรองสวี่หยิบโทรศัพท์ออกมาตามสัญชาตญาณ แต่กลับไม่เห็นว่ามีใครโทรเข้ามา กำลังจะอ้าปากด่าต่อ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอย่างเร่งร้อนในจังหวะนั้นพอดี
เขากดรับสายด้วยมือสั่นเทา
เสียงสวี่เฉิงเฟิงที่กำลังเดือดดาลดังมาจากปลายสาย “แกไม่ใช่ลูกฉันจริง ๆ! แกไม่ใช่!!!”
หลังจากฮูหยินสวี่ตกบันได สวี่เฉิงเฟิงก็พาเธอไปโรงพยาบาล
แต่สวี่เฉิงเฟิงเองก็ระแวดระวัง เขาเคยถูกคู่แข่งในแวดวงธุรกิจใส่ร้าย จึงเป็นคนขี้ระแวง
ตอนเช้าเขาแอบเก็บเส้นผมสองสามเส้นจากชุดนอนที่ลูกชายคนรองเพิ่งเปลี่ยนออก แล้วห่อด้วยกระดาษใส่กระเป๋าไว้
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ เขาถึงค่อยพูดเรื่องตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อกับลูกกับภรรยาและลูกชาย
ฮูหยินสวี่กลัวความจริงถูกเปิดโปง จึงแสดงละครเรียกคะแนนสงสารด้วยการทำร้ายตัวเอง แต่เธอไม่คิดเลยว่าเมื่อสวี่เฉิงเฟิงไปถึงโรงพยาบาล เขาจะถือโอกาสแวะไปชั้นสามเพื่อพบเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน
จากนั้นเขาก็ได้ผลตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อกับลูกมาอย่างรวดเร็วที่สุด
ให้ตายสิ เขาถูกสวมเขาจริง ๆ ด้วย!
แถมยังเลี้ยงลูกคนอื่นมานานกว่ายี่สิบปี!
พอสวี่เฉิงเฟิงวางสายก็โกรธจนหมดสติไป
ตอนนี้ขาของคุณชายรองสวี่อ่อนยวบ เกือบจะเซล้มลงไป
เขามองซูจิ่นด้วยแววตาหวาดกลัว
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
เธอพูดถูกหมดเลยเหรอ?
ไม่สิ นี่ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่!
คุณชายรองสวี่ถอยหลังอย่างลนลานอยู่สองสามก้าว ก่อนจะคลานหนีออกจากบ้านตระกูลซูไป
ซูจิ่นจ้องแผ่นหลังนั้นด้วยแววตาเย็นชา ทำกรรมใดไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น อีกไม่นานผลกรรมของคุณชายรองสวี่ก็จะตามมาถึงตัว
เหยาเยว่ที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้าง ๆ “...”
ตอนนี้เธอมึนงงไปหมดแล้ว
“อะ...อาจิ่น...” เธอเรียกชื่อซูจิ่นด้วยเสียงสั่นเครือ แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
สีหน้าของคุณชายรองสวี่เห็นชัดว่าเหมือนคนทำผิดแล้วกลัวความลับถูกเปิดเผย เขาคงมีส่วนพัวพันกับการฆ่าคนจริง ๆ บวกกับสายโทรศัพท์ของสวี่เฉิงเฟิงเมื่อครู่อีก...
ตอนนี้เหยาเยว่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลก
เรื่องพวกนี้บังเอิญตรงกับความจริงไปเสียหมด เธอไม่คิดว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องบังเอิญ
เขาว่ากันว่าลางสังหรณ์ของผู้หญิงแม่นที่สุด ตอนนี้เธอรู้สึกว่าซูจิ่น...อาจจะดูโหงวเฮ้งและทำนายดวงได้จริง ๆ!
เธอเค้นคำพูดออกมาได้อย่างยากลำบากว่า “คุณชายสวี่...”
ซูจิ่นหันกลับมามองเธอ “คุณชายรองสวี่น่ะเหรอ? ไม่เกินสามวันเขาก็ต้องเข้าคุกแล้ว ส่วนแม่ของเขาก็กลัวว่าสวี่เฉิงเฟิงจะรู้ว่าเธอสวมเขาให้เขา เลยจงใจตกบันได ฉันคำนวณดูแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณไม่ต้องถ่อไปขอโทษถึงที่หรอก”
ทั้งหมดนี้เป็นกรรมที่บ้านตระกูลสวี่ก่อไว้เอง
เหยาเยว่พยักหน้าหงึก ๆ
สายตาที่เธอมองซูจิ่นในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว
เธอเคยคิดมาตลอดว่าซูจิ่นมีปัญหาทางสมอง สภาพจิตใจไม่ค่อยปกติ แต่ดูตอนนี้แล้ว ซูจิ่นไม่เพียงสบายดีมาก บางทีอาจจะไปเรียนวิชาอาคมขั้นสูงมาจากข้างนอกด้วยซ้ำ
ถึงเธอจะไม่เชื่อเรื่องการทำนายดวงอะไรพวกนี้ แต่ตอนนี้โลกทัศน์ของเธอก็พังทลายไปแล้ว
เหยาเยว่ใช้เวลานานกว่าจะสงบใจลงได้ น่าเสียดายที่ซูเจิ้งกวงตาบอดคนนั้นออกไปทำงานที่บริษัท เลยไม่ได้เห็นภาพนี้กับตาตัวเอง
ถ้าเขาได้เห็นพร้อมกับเธอ ก็คงไม่คิดอีกว่าซูจิ่นมีปัญหาทางสมอง
อ้อ ไม่สิ พูดให้ถูกคือ ตอนนี้ซูเจิ้งกวงคิดว่าซูจิ่นมีปัญหาทางจิต
...
ซูจิ่นไม่ได้สนใจว่าเหยาเยว่จะเป็นอย่างไร เธอหันหลังแล้ววิ่งไปยังคฤหาสน์ฝั่งตรงข้าม
ด้านนอกคฤหาสน์มีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่ พอเห็นซูจิ่นก็เปิดทางให้เข้าไปทันที
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมคุณชายสามของบ้านถึงให้ความสำคัญกับคุณหนูซูคนนี้เป็นพิเศษ แต่หน้าที่ของพวกเขาคือทำตามคำสั่ง
ซูจิ่นถูกพาไปที่ห้องรับแขก
“คุณหนูซู รอสักครู่นะครับ ผมจะไปเชิญคุณชายสามของเรามา”
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาพูด ก่อนจะขึ้นไปชั้นบน
