เด็กน้อยสูดหายใจเข้าลึกหลายครั้ง ถึงระงับโทสะในใจลงได้เพียงน้อยนิด
"ของสิ่งนี้ เจ้าจำได้หรือไม่" ถังถังล้วงหยกเป่ยหมิงออกจากถุงหอม เอ่ยปากอีกครั้งน้ำเสียงกลับมาสงบแล้ว เพียงแต่ความโกรธระหว่างคิ้วยังยากปกปิด
ถงรุ่ยจ้องหยกเป่ยหมิงตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงกล่าวอย่างสิ้นหวัง "จำได้ หยกชิ้นนี้เป็นของนักต้มตุ๋นพเนจร…"
นักต้มตุ๋นพเนจรผู้นั้นซกมกโสมม อาศัยรู้วิชาจับผีขับไล่ปีศาจเล็กๆ น้อยๆ ตระเวนหลอกลวงผู้คนในเป่ยหมิงไปทั่ว
เขาใช่ว่าจะหลอกแต่ชาวบ้านธรรมดาก็แล้วไป ไฉนเลยจะบังอาจมาถึงจวนของพวกเรา ชี้ให้ศพเชิดที่ถูกหลอมเสร็จแล้วว่ามีปิศาจร้ายสิงสู่
ครั้งนั้นเกิดเรื่องอึกทึกครึกโครมอย่างใหญ่หลวง ชาวบ้านแถบชายแดนรู้กันทั่ว!
ในแววตาถงรุ่ยแวบผ่านความเหี้ยมโหด "วันนั้นข้าใช้ข้ออ้างเชิญเขามาขับไล่ปิศาจหลอกล่อเขาเข้ามาในจวน จากนั้นก็ฆ่าปิดปาก ฝังไว้ใต้ต้นท้อตรงลานด้านข้าง…"
ตอนที่ให้องครักษ์ใกล้ชิดฝังศพ หยกชิ้นนี้ก็หล่นจากอกของเฒ่าเต๋าผู้นั้น
ถงรุ่ยเห็นว่าไม่ใช่ของมีค่า จึงโยนให้องครักษ์ตามอำเภอใจ
ต่อมาบิดาบอกว่า องครักษ์ใกล้ชิดของเขาล่วงรู้มากเกินไป สู้หลอมเป็นศพเชิดเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเสียยังจะดีกว่า
ได้ยินถึงตรงนี้ รูม่านตาของถังถังพลันหดเกร็ง สายตามองไปทางถงรุ่ยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและโกรธแค้น "เจ้า… เจ้าถึงขั้นสังหารเขาเลยหรือ"
ขอบตาเด็กน้อยแดงก่ำ โกรธจนตัวสั่น
ที่แท้ในเวลาที่ถังถังไม่ล่วงรู้ ก็มีผู้ฝึกตนสัมผัสได้ถึงเหล่าศพเชิดเช่นกัน
เดิมคิดว่าจะเป็นผู้ช่วยจัดการเรื่องยากให้แก่ผู้กล้าปกป้องบ้านเมือง ไฉนเลย… ไฉนเลยจะเป็นอสูรร้ายใส่หน้ากากมนุษย์!
