หลังจากพินิจพิจารณาความหรูหราของห้องโถงน้อยใหญ่ได้ครู่หนึ่ง ถังถังก็ก้าวขาสั้น ๆ ตรงไปยังข้างเตียงของถัวป๋าซั่วเยว่โดยไม่รีรอ
ม่านโปร่งบนเตียงไม้แกะสลักแผ่แสงนุ่มนวลภายใต้แสงไข่มุกส่องรัตติกาล
ถังถังยื่นมือดึงม่านโปร่งออก ก็เห็นถัวป๋าซั่วเยว่หลับตาสนิท
สายตาของนางหยุดอยู่บนใบหน้าของถัวป๋าซั่วเยว่ ชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนจำไม่ได้
ถัวป๋าซั่วเยว่ที่อยู่ตรงหน้า ขนตายาวเรียวราวปีกผีเสื้อ ใต้สันจมูกสูงเป็นริมฝีปากเล็ก ๆ เพราะความหลับใหลทำให้ผิวที่ขาวอยู่แล้วดูซีดเซียวยิ่งขึ้น
ถังถังเขย่งเท้ามองอีกสองสามครั้ง จึงหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมาจากถุงหอมแล้วแปะลงบนตัวถัวป๋าซั่วเยว่
เด็กน้อยเม้มปากเล็กน้อย ตั้งใจจะแปะยันต์ไว้ที่หน้าผากของพี่สาว
แต่ที่นี่ไม่มีเก้าอี้เตี้ย แขนของถังถังสั้นเกินไป แทบเอื้อมไม่ถึงหน้าผากของพี่สาว...
"ยันต์วิเศษนำทาง วิญญาณเร่ร่อนจงกลับมาโดยเร็ว!" น้ำเสียงใสกังวานของเด็กน้อยดังขึ้นในห้องโถง "สามวิญญาณคืนสู่ตำแหน่ง เจ็ดปราณสงบสถิต!"
ยังไม่ทันเสียงขาด ถังถังก็รีบหยิบกระดิ่งทองแดงออกมาจากถุงหอม แล้วค่อย ๆ แกว่งในระยะครึ่งศอกหน้าอก ลูกตุ้มกระดิ่งกระทบผนังทองแดงเกิดเป็นเสียงกรุ๊งกริ๊ง
ถังถังเขย่งเท้า สายตาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของถัวป๋าซั่วเยว่ที่หลับใหลตลอดเวลา "ถัวป๋าซั่วเยว่ วิญญาณเร่ร่อนจงกลับสู่ร่าง!"
เพียงเห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากถุงหอมที่แขวนอยู่ที่เอวของถังถัง แล้วพุ่งเข้าไปกลางหน้าผากของถัวป๋าซั่วเยว่อย่างไม่ลังเล
ในพริบตา ก็เห็นขนตาของถัวป๋าซั่วเยว่ขยับ แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ถังถังตบหลังมือของนางเบา ๆ แล้วพูดเสียงเบา "พี่สาว ไม่เป็นไรแล้ว~"
